4-Wheel Feature Law&Insurance

ไขข้อข้องใจ…ประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น

เราคงเคยได้ยินหรือได้เห็นแพลทฟอร์มประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น ทางโฆษณาทีวีหรือบนโซเชี่ยลมีเดียกันมาบ้าง เชื่อว่าหลายๆ คนคงสงสัยไม่น้อยว่าประกันประเภทนี้คืออะไร ทั้งที่ปกติเรามักจะรู้จักแต่ประกันรายปีประเภทต่างๆ เพื่อคลายข้อสงสัยเรามาหาคำตอบกันว่าประกันภัยระยะสั้นคืออะไรและเหมาะกับใครบ้าง

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ระยะสั้นกันก่อนว่ามันคืออะไร…ประกันรถยนต์ระยะสั้น คือ ประเภทประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในช่วงเวลาสั้นๆ มีให้เลือกหลายระยะเวลามีให้เราเลือกใช้งานตั้งแต่ 30 วัน 60 วัน 90 วัน ตามความต้องการของเรา ซึ่งจะมีความคุ้มครองเหมือนกับประกันภัยรถยนต์ทั่วไป ที่ให้ความคุ้มครอง และช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย หากประสบอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ส่วนเรื่องวงเงินที่ประกันภัย จะสามารถชดเชยให้เราได้นั้น ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในกรมธรรม์ที่กำหนดโดยบริษัท

เราจะซื้อประกันระยะสั้นในกรณีไหน

  • ใช้รถน้อย ในกรณีที่คุณต้องใช้รถยนต์เพียงไม่กี่สัปดาห์ หรือภายในระยะเวลา 3-6 เดือน แล้วหลังจากนั้น คุณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถอีก เช่น การขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือการใช้รถในช่วงเทศกาล
  • ยืมรถคนอื่นมาขับเวลาสั้นๆประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากที่สุด เพราะจะช่วยคุ้มครองทั้งคุณ และรถยนต์ของบุคคลอื่น
  • ให้บุคคลอื่นยืมรถยนต์เหตุจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นยืมรถในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ไม่ต้องการจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มในการเพิ่มชื่อบุคคล การทำประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

การคิดเบี้ยประกันภัยรถระยะสั้น

สมมติว่าเราเสียเบี้ยประกันภัยรถยนต์ปีละ 10,000 บาท จำนวนที่เราต้องการใช้ประกันคือ 180 วัน และตามตารางให้คิดอัตราค่าเบี้ยประกันเป็นร้อยละ 62 ของเบี้ยประกันภัยเต็มปี

ค่าเบี้ยประกันที่จะต้องจ่ายสำหรับ การประกันภัยระยะสั้น  180 วัน หรือประกันภัยไม่เต็มปี จำนวนเงินก็จะเท่ากับ 62/100 x 10,000 = 6,200 บาท

ข้อดีของการทำประกันรถยนต์ระยะสั้น

  1. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประกัน
  2. ไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มชื่อผู้ขับ หากเป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทระบุชื่อผู้ขับ
  3. ได้รับความคุ้มครอง และค่าเบี้ยประกันตามที่เราต้องการ

สำหรับคนที่เลือกทำประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น ถึงจะใช้รถน้อยยังไงเราต้องไม่ละเลยการประกันสำหรับผู้ประสบภัย (หรือที่เรียกกันว่า พรบ.) ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตราที่ 7 ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่สามารถช่วยคุณได้ในเวลาเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าลืมหรือไม่ได้ทำตำรวจเรียกเจอโดนจับปรับแน่นอน ซึ่งจะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท