ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ปี 2026 ทั้งกลุ่มโมเดิร์น คลาสสิก โรดสเตอร์ และแอดเวนเจอร์ รวมถึงรุ่นพิเศษ และรุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน เริ่มต้นด้วย Tracker 400 รถจักรยานยนต์รุ่นล่าสุดในกลุ่มเครื่องยนต์ 400 ซีซี ที่ทุกคนตั้งตารอคอย นำเสนอดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ผสานเส้นสายที่ดุดัน มอบรูปลักษณ์แบบ Flat Track อย่างชัดเจน พร้อมดีไซน์คลาสสิกตามแบบฉบับไทรอัมพ์ มาพร้อมเครื่องยนต์ TR-Series ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 42 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที ด้วยรอบเครื่องยนต์ที่สูงขึ้นและสมรรถนะรอบสูงที่เร้าใจ วิวัฒนาการล่าสุดนี้จึงมอบกำลังสูงสุดที่เพิ่มขึ้นถึง 5% และมอบแรงบิดสูงสุดไว้ที่ 37.5 นิวตันเมตร ที่ 7,500 รอบต่อนาที ทำให้เป็นการผสานรวมคุณภาพระดับพรีเมียมและราคาที่เข้าถึงได้ มอบความคุ้มค่าเหนือระดับให้ผู้ขับขี่
ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นด้วยแฮนด์บาร์แบบแบนและกว้าง พร้อมที่พักเท้าที่ปรับตำแหน่งใหม่ เพื่อการขับขี่ที่เหนือชั้น เสริมด้วยโครงรถที่ออกแบบมาเฉพาะ และระบบช่วงล่างระดับพรีเมียม ทั้งโช้คหน้าหัวกลับขนาด 43 มม. ชุบอะโนไดซ์สีดำ ขณะที่โช้คหลังแบบแก๊ส Monoshock RSU พร้อมระบบปรับพรีโหลดสำหรับผู้โดยสารซ้อนท้าย ผสานเทคโนโลยีการขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบ Torque Assist Clutch ระบบ Traction Control แบบเปิด-ปิดได้ และระบบ ABS ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายและเพลิดเพลิน ส่วนด้านดีไซน์ประกอบด้วย ครอบเบาะ แผงป้ายทะเบียน ถังน้ำมันทรงเหลี่ยม บังโคลน และล้อดีไซน์ใหม่ จับคู่กับยาง Pirelli MT60 RS รวมถึงป้ายหมายเลข ‘400’ สุดโดดเด่น ทั้งหมดนี้มอบสไตล์ Flat Track พร้อมการยึดเกาะและการควบคุมที่เน้นการขับขี่บนถนนอย่างเต็มประสิทธิภาพโดยรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ Tracker 400 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 182,900 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สี Racing Yellow สี Phantom Black และสี Aluminium Silver Gloss สะท้อนบุคลิกแบบ Flat Track และเอกลักษณ์ที่โดดเด่นบนท้องถนน

Scrambler 900 รถจักรยานยนต์ที่ได้วิวัฒนาการครั้งสำคัญด้วยการยกระดับความคลาสสิกอันเป็นไอคอนิกของแบรนด์ โดยนำเสนอ DNA ดีไซน์เหนือกาลเวลาของไทรอัมพ์ในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมของ Scrambler เอาไว้ รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ขนาด 900 ซีซี ตอบสนองฉับไวและเสียงเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ ให้พละกำลังสูงสุด 65 แรงม้า ที่ 7,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 3,250 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะที่เข้าถึงได้ตลอดทุกช่วงรอบ ด้านตัวถังที่ประณีตยิ่งขึ้น เฟรมเหล็กกล้าแบบท่อที่ได้รับการออกแบบใหม่ จับคู่กับสวิงอาร์มอะลูมิเนียมหล่อที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักของตัวรถ ระบบช่วงล่างและเบรกที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ อาทิ โช้คหัวกลับ Showa ขนาด 43 มม. และโช้คหลังคู่พร้อมกระปุกน้ำมันแยกที่ปรับพรีโหลดได้ จานเบรกหน้าขนาดใหญ่ 320 มม. และคาลิปเปอร์แบบเรเดียล 4 ลูกสูบ ให้กำลังเบรกที่แรงและต่อเนื่องยิ่งขึ้นมอบการควบคุมที่มั่นใจบนทุกสภาพพื้นผิว ด้านล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พร้อมยาง Metzeler Tourance ตอกย้ำความแข็งแกร่งและลุยได้ทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ทั้ง ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้งยิ่งขึ้น เทคโนโลยีคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire รองรับโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Road, Rain และ Off-road โดยโหมด Off-road จะปิดใช้งานระบบ ABS ที่ล้อหลัง เพื่อการควบคุมที่มั่นใจยิ่งขึ้นบนพื้นผิวถนนที่ท้าทาย รวมถึงแผงหน้าปัดใหม่ผสานตัวเรือนทรงกลมแบบคลาสสิกเข้ากับจอแสดงผล LCD ทันสมัยและหน้าจอ TFT ในตัว เมื่อจับคู่กับบลูทูธที่เป็นอุปกรณ์เสริม ผู้ขับขี่จะสามารถควบคุมโทรศัพท์และเพลง รวมถึงระบบนำทาง Turn-by-turn ได้ อีกทั้งมีพอร์ตชาร์จ USB-C เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น และระบบ Cruise Control ที่เป็นอุปกรณ์เสริมสามารถติดตั้งเพิ่มเติมในรถได้ โดย Scrambler 900 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 476,000 บาท มีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สี Matt Khaki Green & Phantom Black และสี Mineral Grey & Cosmic Yellow รวมไปถึงตัวเลือกมาตรฐานอย่างสี Urban Grey & Jet Black

สำหรับรถจักรยานยนต์รุ่น Trident 660 และ Tiger Sport 660 ได้รับการอัปเดตครั้งสำคัญทั้งด้านเครื่องยนต์และการปรับปรุงโครงรถ และสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีขึ้น โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ 660 ซีซี มอบกำลังสูงสุดอยู่ที่ 95 แรงม้า ที่ 11,250 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้น 14 แรงม้า โดยรอบสูงสุดเพิ่มขึ้น 20% เป็น 12,650 รอบต่อนาที เพื่อความคล่องตัวที่มากขึ้นในช่วงรอบสูง แรงบิดก็เพิ่มขึ้นเป็น 68 นิวตันเมตร ที่ 8,250 รอบต่อนาที โดย 80% ของแรงบิดนั้นพร้อมใช้งานตั้งแต่ 3,000 รอบต่อนาที ไปจนถึงเกือบ 12,000 รอบต่อนาที ทำให้มั่นใจได้ถึงสมรรถนะที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นตลอดช่วงรอบเครื่องยนต์ ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฮาร์ดแวร์ของเครื่องยนต์ รวมถึงการเปลี่ยนจากลิ้นปีกผีเสื้อเดี่ยวเป็นลิ้นปีกผีเสื้อขนาด 44 มม. สามตัวแยกกัน การปรับปรุงสมรรถนะได้รับการเสริมด้วยการปรับปรุงชิ้นส่วนสำคัญหลายรายการ ทั้งระบบไอเสียได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้ท่อไอเสียแบบ 3 ออก 1 พร้อม Catalyst ที่ได้รับการปรับปรุง และท่อเก็บเสียงแบบใต้ท้องรถ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์สามสูบ

ขณะเดียวกันทั้ง 2 รุ่นยังคงรักษาความคล่องตัว และการควบคุมที่มั่นใจได้ไว้เช่นเดิม ด้วยเฟรมที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และระบบกันสะเทือนหลังใหม่จาก Showa พร้อมการปรับตั้งค่าพรีโหลดและคืนค่าได้ ผสานกับโช้คหน้าหัวกลับ Showa ขนาด 41 มม. ระดับพรีเมียม รวมกับโช้คหลังใหม่ RSU และการปรับแต่งที่ดียิ่งขึ้น เมื่อรวมกับเทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่ ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการเชื่อมต่อ ทั้งระบบคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-wire ช่วยให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด ได้แก่ Sport, Road และ Rain โดยแต่ละโหมดจะปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระบบ ABS และระบบ Traction control ให้เหมาะสมกับสภาพถนนที่แตกต่างกัน รวมถึงระบบ IMU แบบ 6 แกน ทำงานร่วมกับระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Optimised Cornering Traction Control แบบเปิด-ปิดได้ มอบความมั่นใจและการควบคุมในทุกการเข้าโค้ง เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนน อีกทั้งระบบ Triumph Shift Assist ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงได้โดยไม่ต้องใช้คลัตช์ ในขณะที่ระบบ Cruise Control ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ทำให้การขับขี่ระยะไกลสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งล้ออะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูปน้ำหนักเบาและยาง Michelin Road 5 ให้การยึดเกาะและการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนน ขณะที่จานเบรกคู่ขนาด 310 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ Nissin สองลูกสูบ ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่แข็งแกร่งและคาดการณ์ได้ สายเบรกแบบถักและคันเบรกที่ปรับระยะได้ช่วยให้ผู้ขี่รู้สึกและควบคุมได้อย่างสม่ำเสมอ การผสมผสานนี้ทำให้ Trident 660 มีความสปอร์ตและขับขี่สนุกสนานยิ่งขึ้น ในขณะที่ Tiger Sport 660 มอบความสามารถในการเดินทางไกลที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะขับขี่สองคนหรือบรรทุกสัมภาระเต็มที่
ด้านรูปลักษณ์ Trident 660 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 329,000 บาท ถังน้ำมันได้รับการออกแบบใหม่ให้กว้างขึ้น พร้อมช่องเว้าสำหรับวางเข่า และเบาะนั่งแยกส่วนสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ความใส่ใจในทุกรายละเอียดสะท้อนอยู่ทั่วทั้งคันทั้งโลโก้ Triumph ที่ออกแบบอย่างประณีตบนแคลมป์แฮนด์ ฝาถังน้ำมัน รวมถึงผสานอยู่ในชุดไฟหน้าและไฟท้ายอย่างกลมกลืน สายเคเบิลและท่อต่าง ๆ ถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อย ช่วยให้ภาพรวมของตัวรถดูสะอาดตาและพรีเมียมยิ่งขึ้น โดยมีตัวเลือกสี 3 สีให้เลือก ได้แก่ Cosmic Yellow และสี Stone Grey ซึ่งเป็นสีพิเศษ รวมทั้งสี Snowdonia White เป็นสีมาตรฐาน ซึ่งทุกสีมาพร้อมลวดลายกราฟิกที่โดดเด่น ช่วยตอกย้ำเอกลักษณ์ความเป็นโรดสเตอร์สมัยใหม่ของ Trident อย่างชัดเจน
ส่วน Tiger Sport 660 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 369,000 บาท มาพร้อมรูปลักษณ์ตัวถังและการออกแบบใหม่ที่ช่วยเสริมความโดดเด่นและสมรรถนะในการเดินทาง ถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้น 18.6 ลิตร ช่วยเพิ่มระยะทางสำหรับการผจญภัยที่ยาวนานขึ้น ในขณะที่ชิลด์หน้าปรับระดับได้สามารถปรับได้ง่ายด้วยมือเดียว โดยมี 3 สีให้เลือก โดยสีพิเศษ ได้แก่ สี Interstellar Blue & Mineral Grey และสี Silver Ice & Intense Orange รวมถึงสีมาตรฐานคือสี Pure White

ต่อด้วย Speed Twin Café Racer Edition รถจักรยานยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 800 คันทั่วโลก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถจักรยานยนต์สไตล์คาเฟ่เรเซอร์ของอังกฤษในยุค 1960 โดยใช้พื้นฐานจาก Speed Twin 1200 RS มาร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ 1200 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 7,750 รอบต่อนาที และมอบแรงบิด112 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที ด้านรูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตสุดหรู โดดเด่นด้วยท่าทางการขับขี่ที่ต่ำและกระชับมือ ซึ่งเกิดจากแฮนด์แบบคลิปออน รูปทรงเบาะนั่งเดี่ยวที่เพรียวบาง และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างประณีตทั่วทั้งคัน ไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างแบบติดปลายแฮนด์ช่วยเสริมรูปทรงที่ดูสะอาดตา ฝาครอบคลัตช์และฝาครอบอัลเทอร์เนเตอร์ที่มาพร้อมตราสัญลักษณ์ไทรอัมพ์ ฝาครอบน็อตหัวกระบอกสูบสีดำ และแผ่นรองเข่าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มรายละเอียดที่ดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น นอกจากนี้ยังมีส่วนเพิ่มเติมที่ใช้งานได้จริง ได้แก่ ที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสาร โดยที่วางเท้าจะถูกถอดออกเป็นมาตรฐาน และมีให้ในกล่องสำหรับเจ้าของที่ต้องการกลับมาใช้งานแบบสองที่นั่งได้อีกครั้ง
เมื่อผสานประสิทธิภาพที่ทันสมัยเข้ากับเอกลักษณ์แบบคลาสสิก พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เน้นการตอบสนองมากขึ้น ด้วยแฮนด์บาร์แบบคลิปออนที่ต่ำลง ลักษณะการขับขี่ที่คล่องตัวได้รับการสนับสนุนจากระบบกันสะเทือนระดับสูงสุด โดยใช้โช้คหน้า Marzocchi ที่ปรับได้เต็มที่ จับคู่กับโช้คหลัง Öhlins ด้านระบบเบรก ประกอบด้วยคาลิปเปอร์คู่ Brembo Stylema ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 320 มม. ขณะที่ยาง Metzeler Racetec RR K3 ประสิทธิภาพสูงติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่มั่นใจได้ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งได้ผ่านโหมดการขับขี่ Road, Rain และ Sport ช่วยให้การตอบสนองของเครื่องยนต์เหมาะสมกับสภาพถนนและความต้องการของผู้ขับขี่ ระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน รวมทั้งระบบ Triumph Shift Assist เพื่อเติมเต็มลุคให้สมบูรณ์แบบ Speed Twin Café Racer Edition จึงใช้โทนสีสุดพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถของอังกฤษ โดยผสมผสานสี Competition Green & Aluminium Silver เข้ากับล้ออัลลอยสี Aluminium Silver และโคมไฟหน้าสี Competition Green ที่เข้ากันกับตัวรถ ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 725,000 บาท

พร้อมกันนี้ภายในบูธไทรอัมพ์ ยังรวมหลากหลายไฮไลท์ให้ทุกคนได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด อาทิ พบคันจริงของ “Street Triple Moto2™ Edition” รถจักรยานยนต์รุ่นลิมิเต็ด เอดิชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อร่วมฉลองความเป็นพันธมิตรของไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กับการแข่งขันรายการ Moto2™ ที่อัดแน่นทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันทั่วโลกเท่านั้น