Feature

เตรียมรถเดินทางไกล แบบไหนถึงจะปลอดภัย

นับเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐคลายมาตราการล็อกดาวน์ แถมยังวางแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจัดแคมเปญให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นหลังจาก สถานะการณ์คุมสถานการณ์โควิด-19 ทำให้บางคนที่ใช้โอกาสนี้เดินทางท่องเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงวันหยุดยาว และการเดินทางที่สุดฮิตก็คงหนีไม่พ้นการเดินทางโดยรถยนต์ ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่คุณต้องคำนึงถึงและต้องเตรียมตัวมาที่สุดคือ “การตรวจสภาพรถยนต์” ให้พร้อมในการเดินทางไกล เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง คนในครอบครัวและผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคุณ แต่จะมีอะไรบ้างเราจะขอเป็นตัวกลางในการแนะนำข้อมูลเพื่อความสะดวกในการตรวจเช็คนะครับ

ภายนอก

“ยาง” ก่อนออกเดินทางไกลทุกครั้งเราควรตรวจเช็คลมยางเสียก่อนให้อยู่ในภาวะปกติ แล้วเราจะเติมลมเท่าไหร่ดี? ไม่ยากครับเพียงแค่คุณเปิดประตูข้างคนขับก้มลงดูที่ขอบประตูใกล้กับเบาะ คุณก็จะเห็นเพลสที่แสดงค่าใช้งานลมยางมาตรฐาน เติมอย่าให้น้อยกว่าที่กำหนดไว้ เพราะถ้าหากคุณเดินทางไกลแล้วยางนิ่มเกินไปความร้อนสะสมอาจทำให้ยางระเบิดได้ (ส่วนถ้าคุณเดินทางไกลมากๆ เราก็ขอแนะนำให้คุณเติมเพิ่มขึ้นอีกสัก 1-2 ปอนด์ เพราะว่าอุณหภูมิยางที่ร้อนมากขึ้นในขณะใช้งานจะทำให้ลมยางหายไปบางส่วน)

อย่าลืมตรวจดูยางว่ามีรอยแตกรายงาหรือแผลที่เสี่ยงต่อการรั่วซึมหรือไม่ ถ้ามีให้รีบเปลี่ยนเป็นการด่วนนะครับ เพราะยางคือหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เราไม่อาจละเลยได้ เพราะถ้าเราเผลอเลอมันอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

“ระบบไฟสัญญาณ” ตรวจการใช้งานระบบไฟทุกดวงที่อยู่รอบตัวรถ นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ละเลยไม่ได้ เพราะถ้าสัญญาณไฟไม่ติดครบทุกดวง ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยง่าย ยิ่งขับขี่ในตอนกลางคืนแล้วด้วยล่ะก็…จำเป็นอย่างมากที่สุด

“เบรคและน้ำมันเบรค” ต้องมันใจว่าพอเหยียบเบรกแล้ว รถหยุด! ไม่มีอาการเบรคจมหรือลื่น อย่าลืมว่าเบรคเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณรอดพ้นจากอันตรายได้ นอกจากนี้อย่าลืมตรวจเช็คความพร่องของน้ำมันเบรค ควรจะอยู่ระหว่าง MAX และ MIN แต่หมั่นเติมให้อยู่ในระดับ MAX ดีที่สุด

ภายในฝากระโปรง

“น้ำมันเครื่องและของเหลวต่างๆ” ควรตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องหลังเครื่องยนต์ทำงานประมาณ 2-3 นาที โดยใช้ก้านวัดระดับน้ำมันเครื่องเพื่อให้การตรวจเช็คถูกต้อง โดยดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออก เช็คน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัดด้วยผ้าเสียบก้านวัดน้ำมันเครื่องคืนกลับจุดเดิม ดึงก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด ถ้าระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง ” F ” กับ ” L ” แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องปกติ แต่ถ้าน้อยกว่า ” L ” ให้เติมเพิ่มเข้าไป หรือไม่ก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่เพื่อความมั่นใจ และตรวจระดับของเหลวต่างๆ ของรถยนต์  เช่น  น้ำมันเกียร์  น้ำมันเบรค  น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์  น้ำฉีดกระจก  น้ำกลั่นแบตเตอรี่ ให้อยู่ในปริมาณเต็มตามที่กำหนดเพื่อป้องกันความผิดพลาดในขณะเดินทาง

“ท่อยางต่างๆ” อย่าลืมก้มไปมองท่อยางต่างๆ ภานในห้องเครื่อง ว่ามีร่องรอยปริแตกหรือชำรุดเสียหายหรือไม่ ถ้าไม่มีแต่อยู่ในสภาพเก่าเกินไปเราขอแนะนำให้เปลี่ยนจะดีกว่า เพราะไม่แน่ว่าในช่วงขณะเดินทางหากรั่วซึมขึ้นมา อาจจะได้นั่งกินข้าวลิงหรือนอนเล่นที่อู่แทน

“แบตเตอรี่และสายไฟ” ตรวจดูและเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนดดูเปลือกแบตเตอรี่ว่ามีร่องรอย เสียหายหรือไม่ ดูขั้วต่อและสายไฟว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่

“ยางอะไหล่และแม่แรง” ตรวจเช็คลมยางอะไหล่ทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เรื่องนี้ไม่ควรลืมเป็นอย่างยิ่งเพราะถ้ายางอะไหล่ใช้งานไม่ได้เพราะลมน้อยเกินไป เรารับรองว่าคุณๆ ท่านๆ ต้องหัวเสียแน่นอน ไม่มีอะไรเจ็บใจเท่า “มีแล้วแต่ใช้ไม่ได้” นอกจากนี้อุปกรณ์ถอดล้อและแม่แรงสำหรับยกรถขึ้นควรตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน อย่าลืมว่าช่วงเทศกาลใครๆ ก็อยากเที่ยวสนุก ไม่มีใครอยากเสียเวลากับคุณหรอกครับ

ห้องโดยสาร

“เข็มขัดนิรภัย” ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถล็อคได้เรียบร้อย ชุดรั้งสามารถใช้งานได้ดี การทดสอบด้วยตัวเองง่ายๆ คือ ทดลองกระชากสายเข็มขัดนิรภัยถ้าเกิดอาการกระตุกแล้วหยุดนิ่งก็ถือว่าทำงานได้ได้ดี แต่ถ้าลองกระตุกแล้วไม่มีอาการหน่วงและหยุดนิ่งแสดงว่าต้องการการชำรุดเสียหาย ควรจะเปลี่ยนใหม่เพื่อความปลอดภัยของคนบนรถ

“แผงควบคุมและอุปกรณ์” แผงควบคุมที่ว่านี้เราหมายถึงจอแสดงผลต่างๆ ที่คอยเตือนผู้ใช้รถให้ทราบถึงค่ามาตรฐานต่างๆ ถ้าเกิดมีสัญญาณเตือนควรรีบเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็คในทันที ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ คือที่ควบคุมสวิทช์ไฟและที่ควบคุมที่ปัดน้ำฝนรวมไปถึงแตร ต้องสั่งการได้ดีเปิดใช้งานแล้วต้องทำงานได้ทันที

“ฟิวส์สำรอง” อย่าลืมเตรียมกันไว้นะครับถึงจะไม่ได้ขาดกันง่ายๆ แต่ไม่ใช่จะไม่ขาดเลย ซึ่งถ้าหากขาดขณะเดินทางรับรองว่าผู้ใช้รถงานเข้าแน่นอน ทางที่ดีเราควรเตรียมไว้ทุกขนาดที่กล่องฟิวล์กำหนดไว้ เพื่อความอุ่นใจ

นอกจากนี้เพื่อความไม่ประมาทขณะเดินทางและเซฟตัวเองเราก็ควรเตรียมพร้อมเบอร์โทรศัพท์ของประกันรถยนต์ เบอร์โรงพยาบาล เบอร์โทรตำรวจในท้องที่ เพื่อความสะดวกในขณะที่ต้องการความช่วยเหลือ อย่าลืมนะครับขับขี่ปลอดภัยเพื่อตัวท่านเองและทุกคนบนท้องถนน เราก็ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเดินทางและอย่าการ์ดตกนะครับ