NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) จาก เอ็มจี ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ทำให้ทุกไลฟ์สไตล์สะดวก ง่าย และคล่องตัว โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ใช้งานง่าย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ลงตัว ดีไซน์ที่มีความสดใส ขนาดห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ สะท้อนนิยามของ “LIFE EASY” ยกระดับประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้นในทุกวัน
SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM โครงสร้างใหม่ที่ออกแบบเพื่อรองรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ
NEW MG URBAN คือยนตรกรรมที่พัฒนาขึ้นบน SAIC E3 PURE ELECTRIC PLATFORM แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นในรูปแบบ “CELL-TO-BODY” (CTB) ซึ่งผสานโครงสร้างตัวถังและแบตเตอรี่เข้าเป็นหนึ่งเดียว มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการพัฒนาได้หลากหลายเซกเมนต์ ช่วยให้ตัวรถเบาขึ้นแต่ยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วง เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ และยังเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

SMART DESIGN
สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ ผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ภายใต้แนวคิด “GENDER NEUTRAL TRENDY” ผสานความทันสมัย เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทุกเพศทุกวัย พร้อมฟังก์ชันการใช้งานสำหรับชีวิตคนเมืองได้อย่างลงตัว
- มิติตัวถัง 4,395 x1,842 x 1,549มิลลิเมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
- ระยะความยาวฐานล้อ 2,750มิลลิเมตร
- โลโก้เรืองแสงILLUMINATED LOGO
- ไฟหน้าLED พร้อมระบบควบคุมการ เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟท้าย LED ดีไซน์ Union Jack
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน(DAYTIME RUNNING LIGHTS)
- ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง สปอยเลอร์หลัง และระบบเปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ
- กระจกมองข้างพับ และปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในรุ่น MAX และ ULTRA
- กระจกไฟฟ้า ONE-TOUCH UP-DOWN
- กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟส่องสว่างด้านผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า
- ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย(Wireless Charger) 50 วัตต์ ในรุ่น MAX และ ULTRA
- ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ พร้อมช่องเชื่อมต่อUSB TYPE C จำนวน 3 จุด
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อม AERO WHEEL COVER ในรุ่น STANDARD และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA
- รองรับระบบ V2Lเปลี่ยนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สามารถเป็นแหล่งจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสูงสุด 3 kW ในทุกรุ่นย่อย

SMART CABIN
พื้นที่ห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างเข้าใจการใช้งานจริง กว้างขวาง โปร่งสบาย มาพร้อมฟังก์ชันอัจฉริยะและเทคโนโลยีที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
- ระบบอัจฉริยะควบคุมด้วยชิปประมวลผลจาก QUALCOMM SNAPDRAGON8155 ในรุ่น ULTRA
- หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่(MULTI-INFORMATION CLUSTER) ขนาด 7 นิ้ว
- หน้าจอสีระบบความบันเทิงแบบสัมผัส (Infotainment) ขนาด 8 นิ้ว ในรุ่นSTANDARD และ ขนาด15.6 นิ้ว ในรุ่น MAX และ ULTRA
- INTERACTIVE AMBIENT LIGHTS256 เฉดสี ในรุ่น MAX และ ULTRA
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 4 จุด ในรุ่น STANDARDและ 6 จุด ในรุ่น MAX และ ULTRA
- พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง ปรับได้ 4 ทิศทาง พร้อมควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
- เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางทุกรุ่น พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
- เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง พร้อมระบบเป่าลม ในรุ่น MAX และ ULTRA
- เบาะหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ลาย Diamond Cut โดยเบาะนั่งด้านหลังพนักพิงพับได้แบบ 60:40 พร้อมที่เท้าวางแขนเบาะหลัง เพิ่มความมั่นคงและความผ่อนคลายในทุกการเดินทาง และที่วางแก้วน้ำ
- ตกแต่งภายในด้วยวัสดุ SOFT TOUCH เพิ่มสัมผัสที่เหนือระดับ
- หลังคากระจกพาโนรามิกเต็มแผ่น พร้อมม่านบังแดด
- ช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า
- ระยะวางขาที่นั่งตอนหลัง984 มิลลิเมตร
- พื้นที่เก็บสัมภาระสองชั้นด้านท้ายรถ จุได้มากสูงสุดถึง 480 ลิตร และเมื่อพับเบาะสามารถจุได้มากถึง 1,266 ลิตร
- รัศมีวงเลี้ยว 2เมตร
- ระบบINTELLIGENT SMART ACCESS เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกและสตาร์ทรถ

SMART TECHNOLOGY
ยกระดับทุกการเดินทางและการใช้งานรถด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ รองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลควบคุมรถได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่านสมาร์ทโฟน
- ระบบ i-SMART PROในรุ่น ULTRA
- ฟังก์ชันระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (SMART PARKING ASSIST)
- ฟังก์ชันระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล (REMOTE AUTO PARKING)
- ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK)ระบบสั่งการอัจฉริยะ (SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
- ฟังก์ชันเปิดระบบ COOLING SEAT ผ่านมือถือในรุ่น ULTRA
- ระบบ i-SMART ในรุ่น MAX
- ฟังก์ชันระบบควบคุมการจอดระยะไกล (REMOTE PARKING)
- ฟังก์ชันปลดล็อครถ และเปิดเครื่องปรับอากาศผ่านโทรศัพท์มือถือ
- ระบบตรวจเช็กอัจฉริยะ (SMART CHECK)ระบบสั่งการอัจฉริยะ (SMART COMMAND) และ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ (SMART CONNECT)
- ระบบ ONE PEDAL
- รองรับระบบการเชื่อมต่อ APPLE CARPLAY และ ANDROID AUTO แบบไร้สาย
- ระบบ AI VOICE COMMAND*
บริการเสริมพิเศษ อัตราค่าบริการเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (พร้อมรับสิทธิ์ทดลองใช้ฟรี 1 เดือน)

มอบประสบการณ์การขับขี่ที่คล่องตัว ตอบรับทุกจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่ ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะ
ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว
- ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบPERMANENT MAGNET SYNCHRONOUS MOTOR
- รุ่น STANDARDให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า (110 กิโลวัตต์)
- รุ่น MAX และ ULTRAให้พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
- แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรทั้งสามรุ่น
- แบตเตอรี่แบบLITHIUM-IRON PHOSPHATE (LFP) จาก CATL
- รุ่น STANDARD ความจุ 8กิโลวัตต์–ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 435 กิโลเมตร* ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)
- รุ่น MAXและ รุ่น ULTRA ความจุ 53.9 กิโลวัตต์–ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 530 กิโลเมตร*
ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) - ชาร์จง่าย สบายทุกเส้นทาง รองรับทั้งแบบ QUICK CHARGE และ NORMAL CHARGE
- รุ่น STANDARD ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE จาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ28 นาที**
ที่ความเร็วสูงสุด 82 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER
ที่ 6 kW - รุ่น MAX และ รุ่น ULTRA ชาร์จแบบเร็ว QUICK CHARGE ชาร์จไฟฟ้าจาก 10% – 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที**ที่ความเร็วสูงสุด 88 kW ชาร์จแบบธรรมดา NORMAL CHARGE ผ่าน MG HOME CHARGER ที่ 6 kW
- ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ MACPHERSON STRUT ที่ช่วยควบคุมรถได้มั่นคงและแม่นยำ
- ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบTORSION BEAM ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่และควบคุมง่าย
- ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อมระบบเบรกด้านหน้าแบบ VENTILATED DISC และด้านหลังแบบ DISC
- โหมดการขับขี่5 รูปแบบ ได้แก่ ECO, NORMAL, SPORT, SNOW, CUSTOM
*ทดสอบตามมาตรฐานความประหยัดพลังงาน NEW EUROPEAN DRIVING CYCLE (NEDC)
**ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า

SMART SAFETY
มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป มาพร้อมระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย และเหนือสุดในคลาสด้วยระบบ ADVANCED DRIVER ASSISTANCE SYSTEM (ADAS) ระดับ L2 และระบบ SMART AUTO PARKING SOLUTION ช่วยอำนวยความสะดวกในการควบคุมรถ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP
- ระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (MULTI-LANE VIEW)
- ระบบช่วยจอดอัตโนมัติSAPS (SMART AUTO PARKING SOLUTION)
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติALC (AUTO LANE CHANGE WITH ALERT)
- ระบบระบบควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลนLCC (LANE CENTERING CONTROL)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB (ELECTRONIC PARKING BRAKE) พร้อมระบบป้องกันการไหล AVH (AUTO VEHICLE HOLD)
- ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (ANTI-LOCK BRAKING SYSTEM) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (ELECTRONIC BRAKE FORCE DISTRIBUTOR)
- ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (ELECTRONIC BRAKE ASSIST)
- ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (STABILITY CONTROL SYSTEM)
- ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (CURVE BRAKE CONTROL)
- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (TRACTION CONTROL SYSTEM)
- ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (HILL START ASSIST SYSTEM)
- ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (INTELLIGENT HIGH-BEAM CONTROL)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (ADAPTIVE CRUISE CONTROL)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันอัฉริยะ ICA(INTELLIGENT CRUISE ASSIST)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (TRAFFIC JAM ASSIST)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมเมื่อออกนอกเลน ELK (EMERGENCY LANE KEEPING ASSIST) โดยผสานการทำงานของ LKA (LANE KEEPING ASSIST), LDP (LANE DEPARTURE PREVENTION) และ LDW (LANE DEPARTURE WARNING)
- ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนด้านหน้า FCW (FORWARD COLLISION WARNING)
- ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (AUTONOMOUS EMERGENCY BRAKING)
- ระบบช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากมุมอับสายตาที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ LCA (LANE CHANGE ASSIST), BSD (BLIND SPOT DETECTION), RCTA (REAR CROSS TRAFFIC ALERT), RCTB (REAR CROSS TRAFFIC BRAKING), DOW (DOOR OPENING WARNING) และ RCW (REAR COLLISION WARNING)
- ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS (TIRE PRESSURE MONITORING SYSTEM)
- ระบบตรวจจับพฤติกรรมการขับขี่ DMS (DRIVER MONITORING SYSTEM)
- เพิ่มความอุ่นใจด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยอาทิ เซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน 6 ตัว และเรดาร์ 3ตำแหน่ง รวมทั้งหมด 21 ตำแหน่ง
- กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3มิติ ในรุ่น MAX และ ULTRA พร้อมสัญญาณเตือนระยะด้านหน้าและหลัง
- จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบISOFIX
- เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงอัตโนมัติ
- ถุงลมนิรภัย รวม7 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมกลาง


NEW MG URBAN รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 รุ่นย่อย โดยมีสีตัวถังให้เลือก 5 สี คือ ม่วง (LAVENDER PURPLE), เบจ (MODERN BEIGE), ขาว (ARCTIC WHITE), เทา (ANDES GREY) และดำ (PEARL BLACK) พร้อมตกแต่งภายในโทนสีทูโทน เทา–ดำ