iCAUR (ไอคาร์) แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกภายใต้เครือ Chery Group เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเผยราคา iCAUR V27 REEV รถรุ่นแรกของแบรนด์ เริ่มต้นเพียง 999,900 บาท พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมการนำเสนอ Premium Classic Boxy SUV ที่ผสานเอกลักษณ์ของดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน REEV (Range Extended Electric Vehicle) มอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับความมั่นใจในการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

เปิดแบรนด์ดีเอ็นเอ iCAUR ยานยนต์ที่สะท้อนตัวตนของ “คนมีหลากหลายไลฟ์สไตล์” ผ่านดีไซน์เหนือกาลเวลา
ชื่อ iCAUR ถ่ายทอดแนวคิดผ่านตัวอักษร “i” ซึ่งหมายถึง Inner Self หรือตัวตนของแต่ละบุคคล ครอบคลุม 3 แนวคิด ได้แก่ Intellect ความคิดที่ชาญฉลาดและมีจุดมุ่งหมาย Imagine ความคิดสร้างสรรค์และความกล้าออกจากกรอบ และ Interactive การเชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และโลกรอบตัว สู่บุคลิกของแบรนด์ 3 ด้าน ได้แก่ Tasteful, Distinctive และ Explorative หรือมีรสนิยม โดดเด่น และพร้อมออกไปสำรวจสิ่งใหม่
iCAUR ออกแบบรถให้รองรับการปรับแต่งตามบุคลิก ความสนใจ และรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้สโลแกน “Classic Never Fades” แบรนด์นำความคลาสสิกมาตีความผ่านแนวคิด Future Classic Design เน้นสัดส่วน เส้นสาย ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สร้างรถยนต์ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นและยังคงความร่วมสมัย

ส่งรถเรือธงรุ่นแรกประเดิมตลาดไทย iCAUR V27 REEV ดีไซน์เด่น-เทคโนโลยีครบ
iCAUR ประเดิมตลาดประเทศไทยด้วย iCAUR V27 REEV รถยนต์ D-SUV ขุมพลัง REEV ที่สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” โดยนำเสนอความโดดเด่นและความครบครันของยานยนต์ผ่านตัวอักษรแต่ละตัว ได้แก่ “i” Intelligence เทคโนโลยีอัจฉริยะและขุมพลัง REEV “C” Character ดีไซน์ที่บอกเล่าตัวตนด้วยเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา “A” Ambience ความสุนทรีย์ของการเดินทางที่กลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ “U” Unbound อิสระที่พร้อมเปิดรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย และ “R” Resilience สมรรถนะที่พร้อมพาไปไกลในทุกเส้นทาง

ความอัจฉริยะ “i” Intelligence ผ่าน Golden Range Extender เทคโนโลยี REEV สำหรับทุกระยะทาง พร้อมระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่ครบครัน ADAS 19 ฟังก์ชัน
เทคโนโลยี Golden Range Extender ของ iCAUR ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน ขณะที่เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งพลังงานให้กับระบบขับเคลื่อน โดยน้ำมันเพียง 1 ลิตร สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 3.71 กิโลวัตต์ชั่วโมง มอบประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นใจในการเดินทาง

ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองในวันทำงานด้วยโหมดไฟฟ้า หรือการเดินทางท่องเที่ยวในวันหยุดที่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าควบคู่กับน้ำมันได้อย่างยืดหยุ่น ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมมอบอิสระในการเดินทางได้ทุกรูปแบบ

รถสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยไฟฟ้าได้สูงสุด 165 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC และมีระยะทางขับขี่รวมทั้งไฟฟ้าและน้ำมันถึง 1,000 กิโลเมตร รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging จาก 30–80% เพียง 15 นาที รวมถึงความสามารถการชาร์จไฟกระแสตรง DC สูงสุดประมาณ 100 กิโลวัตต์ และระบบจ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก V2L กำลังสูงสุด 6 กิโลวัตต์

เทคโนโลยี Golden Range Extender ให้ประสบการณ์การเดินทางด้วยระยะทางขับขี่ที่ไกลยิ่งขึ้น มาพร้อม การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าในเมือง การเร่งแซง การเดินทางระยะไกล และการรักษาระดับแบตเตอรี่ ไปจนถึงการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ขณะชะลอความเร็ว

พร้อมด้วยโหมดจัดการพลังงาน 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน, EV Priority ที่เน้นการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเครื่องยนต์จะทำงานเมื่อจำเป็น, Hybrid Mode ที่บริหารการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันอย่างสมดุลโดยอัตโนมัติ, Fuel Priority สำหรับการเดินทางระยะไกลและสำรองพลังงานแบตเตอรี่ไว้ใช้ในภายหลัง และ Forced Charging ที่ให้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ล่วงหน้า เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าเมื่อถึงจุดหมาย
iCAUR V27 REEV มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) 19 ฟังก์ชัน อาทิ ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ APA (Auto Parking Assist) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LDW/LKA) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) และถุงลมนิรภัยรอบคัน และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) ช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกการเดินทาง

สะท้อนตัวตนผ่าน “C” Character ดีไซน์ Classic Boxy SUV ผสานความคลาสสิกเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัย ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหนือกาลเวลา
iCAUR V27 REEV รถยนต์ทรงกล่อง Classic Boxy SUV โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงกลม ไฟเลี้ยวแยกอิสระ และซุ้มล้อขนาดใหญ่ เสริมบุคลิกแข็งแกร่งด้วยฐานล้อยาว บันไดข้าง ราวหลังคา กระจกมองข้างทรงเหลี่ยม และล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว
สะดวกสบายด้วยประตูท้ายเปิดด้านข้างพร้อมระบบดูดไฟฟ้า ยางอะไหล่ติดตั้งภายนอก ไฟท้ายทรง Brick Taillights สปอยเลอร์หลัง กล้อง 360 องศาแบบซ่อน รวมถึงใบปัดน้ำฝนด้านหลังและระบบล็อกหรือปลดล็อกรถอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้หรือออกห่างจากตัวรถ
ตัวรถมีความยาว 5,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,976 มิลลิเมตร สูง 1,894 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่มั่นคงและเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

เติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางด้วย “A” Ambience ชูคอนเซปต์ Interstellar Cockpit ห้องโดยสารกว้าง พร้อมเทคโนโลยีและพื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ห้องโดยสารออกแบบภายใต้แนวคิด “Interstellar Cockpit” ผสานความคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีที่คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลัก สะท้อนเอกลักษณ์แบบ Future-Classic พร้อมคว้ารางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026)
ไฮไลต์สำคัญคือพื้นที่เหนือศีรษะแบบ “Star Island” ประกอบด้วยหลังคากระจก Dual Skyview Roof ความยาว 1.4 เมตร ไฟ Ambient Light บริเวณเพดานที่ปรับได้หลายสี รวมถึงจุดติดตั้งแท็บเล็ตและอุปกรณ์เสริม ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย
ภายในตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่ม พร้อมหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว จอแสดงข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ขนาด 8.88 นิ้ว แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้าแบบ One-Touch ตลอดจนช่องปรับอากาศและพอร์ต USB สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
ระบบ Smart Cockpit รองรับโหมดการใช้งานสำหรับการตั้งแคมป์ การพักผ่อน สัตว์เลี้ยง การล้างรถ และการต้อนรับผู้ขับขี่ พร้อมเมนู Shortcut ระบบแสดงภาพรอบคัน 540 องศา และภาพจำลองตัวรถแบบ 3 มิติ เสริมความบันเทิงด้วยระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่งรวมซับวูฟเฟอร์
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมระบบระบายอากาศ โดยเบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งและ Welcome Seat ขณะที่เบาะหน้าสามารถปรับราบเพื่อเพิ่มรูปแบบการใช้งาน ตำแหน่งเบาะสูงจากพื้นรถ 35 เซนติเมตร ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

“U” Unbound อิสระกับพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่พร้อมรองรับทุกการเดินทาง
ห้องโดยสารตอนหลังให้ความเงียบ พนักพิงเบาะนั่งแถวหลังปรับเอนได้ 28 องศา พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะกว้างขวาง เมื่อพับเบาะจะได้พื้นที่บรรทุกสัมภาระยาว 2.15 เมตร กว้าง 1.05 เมตร และสูง 1.35 เมตร ความจุรวม 1,818 ลิตร เพียงพอสำหรับสัมภาระครอบครัวและอุปกรณ์เดินทาง พร้อมรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย

พร้อมทุกเส้นทางด้วย “R” Resilience สมรรถนะครบทั้งทางเรียบและเส้นทางออฟโรด ผสานระบบขับเคลื่อน i-AWD
iCAUR V27 REEV มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ โดยรุ่นสูงสุดติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังรวม 335 กิโลวัตต์ หรือ 455 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 6 วินาที
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ i-AWD จัดสรรกำลังระหว่างมอเตอร์คู่โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและแรงยึดเกาะ พร้อมโหมดขับขี่สูงสุด 9 รูปแบบ ครอบคลุม Eco, Normal, Sport และ Personalized รวมถึงโหมดสำหรับพื้นผิวร่วน ลื่น ไม่เรียบ โคลน และทุกถนน
สำหรับการขับขี่นอกเส้นทาง ตัวรถมีระยะใต้ท้อง 224 มิลลิเมตร พร้อมระบบ Wading Mode สำหรับการลุยน้ำ รองรับการลุยน้ำลึกสูงสุด 600 มิลลิเมตร ระบบช่วยกลับรถในพื้นที่จำกัด (In-Place Turn ในรูปแบบ Pivot Turn) และระบบ Crawl Mode ควบคุมความเร็วขณะขับออฟโรดหรือทางลาดชัน

iCAUR V27 REEV มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่ครบครัน 2WD PRIME รุ่นเพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้า และ 4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีออฟโรด โดยมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green (รุ่น 2WD PRIDE มีสี Deep Black และ Moonlight White) ภายในห้องโดยสารมาในโทนสี Shadow Black ขณะที่รุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown
เปิดราคาเริ่มต้นที่
รุ่น 2WD PRIDE – 999,900 บาท
รุ่น 2WD PRIME – 1,159,900 บาท
รุ่น 4WD PRESTIGE – 1,259,900บาท