การเปิดตัว Honda City ใหม่ ในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาครั้งใหญ่ที่ยกระดับซิตี้คาร์ของฮอนด้า ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ผ่านการพัฒนาทั้งดีไซน์ภายนอกที่ปรับลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง

ควบคู่กับความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ ที่มาพร้อมราคาที่ดึงดูดใจ ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงไฮบริดซิตี้คาร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังใช้กลยุทธ์ Music Marketing พร้อมด้วยพรีเซนเตอร์ ‘มิลลิ’ มาร่วมถ่ายทอดพลังและตัวตนของคนรุ่นใหม่ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้า Gen Z ได้อย่างลงตัว เพื่อสะท้อนคาแรกเตอร์ของ City ได้อย่างชัดเจน เรามั่นใจว่าการกลับมาครั้งนี้ จะช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดซิตี้คาร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Quake ’Em Up’ และพร้อมพาฮอนด้า กลับสู่ตำแหน่งผู้นำในกลุ่มซิตี้คาร์อีกครั้ง

Honda City ใหม่ โดดเด่นด้วยลุคที่อัปความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบใส ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่!** ตอบโจทย์ที่ลูกค้ามองหา อาทิ
- ใหม่!ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ใหม่!ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ใหม่!ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
- ใหม่!อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ในรุ่นย่อย e:HEV RS
- ใหม่!กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ในรุ่นย่อย e:HEV RS

ปลอดภัย มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่** อาทิ
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSINGครอบคลุม 6 ฟังก์ชันหลัก ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
- ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่
- ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl(เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- ใหม่! สีเทาUrban Gray Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
- พิเศษ! เฉพาะ Honda City ใหม่ แฮทช์แบ็ก รุ่นย่อย e:HEV RS ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearlมาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน)
- สีขาวPlatinum White Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV SV)
- สีน้ำเงินBrilliant Sporty Blue Metallic (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV SV และ e:HEV V)
- สีเทาMeteoroid Gray Metallic
- สีดำCrystal Black Pearl
- สีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่นย่อยe:HEV V และ S)

มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำและใหม่! ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทา Platinum เฉพาะ Honda City รุ่นซีดาน รุ่นย่อย e:HEV SV ที่สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl เท่านั้น

การกลับมาครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นครั้งใหม่ เพื่อเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งและ ตั้งเป้าครองตำแหน่งผู้นำกลุ่มซิตี้คาร์ในประเทศอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงและเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชันใหม่ (Gen Z) ผ่านการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “MILLI (มิลลิ)” หรือ ดนุภา คณาธีรกุล แรปเปอร์สาวตัวจี๊ดแห่งยุค ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่พกเอเนอร์จี้มาแบบจัดเต็ม เพื่อร่วมถ่ายทอด DNA ความสนุก คล่องตัว และความโดดเด่นของ Honda City ใหม่ นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์ Music Marketing ส่งซิงเกิลพิเศษ ‘CITY QUAKE’ เขย่าพลังและสาดความมันส์ไปกับบีทที่พร้อมจะสั่นทุกสตรีท ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการสื่อสารที่จะมาอัปเลเวล ความเร้าใจ ให้การเปิดตัว Honda City ครั้งนี้ แตกต่างกว่าที่เคย

เปิดราคาขาย
New City
S – 569,000
e : HEV V – 619,000
e : HEV SV – 689,000
e : HEV RS – 739,000

New City Hatchback
S – 579,000
e : HEV V – 629,000
e : HEV SV – 699,000
e : HEV RS – 749,000





