4-Wheel

โอนลอย เสี่ยงได้รถผิดกฎหมาย!!!

ปัญหาการหลอกลวงโดยนำรถสวมทะเบียนมาหลอกขาย มักเกิดขึ้นกับการซื้อขายรถมือสองด้วย “วิธีการโอนลอย” โดยในแบบคำขอโอนมีเพียงชื่อผู้โอน (ชื่อเจ้าของรถ) และยังไม่มีการกรอกชื่อผู้รับโอนให้เรียบร้อย อาจเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพนำรถโจรกรรมมาหลอกขายได้โดยง่าย

ในการซื้อ-ขาย รถมือสองทุกครั้ง ทั้งผู้ซื้อหรือผู้ขาย ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของรถ ตรวจสอบหลักฐานทะเบียนรถให้ครบถ้วนเพื่อการซื้อขายที่ถูกต้อง โดยเฉพาะสมุดคู่มือรถฉบับจริงที่มีชื่อเจ้าของรถ เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ สีรถ ต้องถูกต้องตรงกับรถคันที่จะซื้อขายทุกรายการ ตรวจสอบว่ามีการชำระภาษีรถประจำปีครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และดำเนินการตามขั้นตอนโอนทางทะเบียนรถ ณ สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนด้วยตนเองในทันที ไม่ควรซื้อขายด้วยวิธีการโอนลอย หรือการมอบอำนาจให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายดำเนินการแทน เนื่องจากการซื้อ – ขาย รถด้วยวิธีการโอนลอยโดยไม่ดำเนินการโอนทางทะเบียนให้ถูกต้องในทันที อาจก่อปัญหาให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เช่น เอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินการหมดอายุ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถดำเนินการทางทะเบียนได้  หรือกรณีที่ผู้ซื้อไม่ดำเนินการชำระภาษีรถประจำปี หรือรถเกิดอุบัติเหตุ ยังคงปรากฏชื่อผู้ขายหรือเจ้าของรถเดิมทางทะเบียน เจ้าของรถรายเดิมยังคงมีส่วนรับผิดชอบกับความผิดนั้น ๆ ขณะที่การไม่ดำเนินการโอนทางทะเบียน ทำให้ผู้ซื้อไม่อาจตรวจสอบความถูกต้องของรถได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้น การซื้อ-ขาย รถมือสองทุกครั้งควรดำเนินการทางทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้ถูกต้องด้วยตนเองในทันที เพื่อความปลอดภัย สบายใจ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย มั่นใจได้ว่ารถที่ซื้อนั้นเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยผู้ซื้อรถควรดำเนินการโอนทะเบียนรถด้วยตนเองและควรตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับตัวรถโดยละเอียด โดยสามารถขอหลักฐานทะเบียนรถจากเจ้าของรถหรือผู้ขายมาขอตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขา และเพื่อเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นสามารถนำรถเข้ามาตรวจสอบความถูกต้อง ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาที่รถนั้นจดทะเบียนไว้ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดกวดขันการตรวจสภาพรถตามรายการที่กำหนดทุกคัน เพื่อป้องกันไม่ให้รถผิดกฎหมายดำเนินการทางทะเบียนได้โดยเด็ดขาด ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะมีการระงับการดำเนินการทางทะเบียนที่ไม่ถูกต้องทันที และหากประชาชนพบเห็นรถต้องสงสัยสามารถแจ้งข้อมูลมายังกรมการขนส่งทางบก หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพและหากนำรถไปใช้อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี ปรับสูงสุด 10,000 บาท