4-Wheel TEST Test Car

ขับมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ เที่ยวดอยจังหวัดเชียงใหม่ (TEST DRIVE ยาวหน่อยนะ)

ณ ชั่วโมงนี้ รถปิดอัพที่ครบเครื่องที่สุด ทั้งขุมพลังและระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย ต้องยกให้กับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ เนื่องจากความทันสมัยและระบบ AI อันชาญฉลาด ทำให้รถปิคอัพคันนี้ตอบโจทย์ในการได้อย่างครบถ้วน

ซึ่งในครั้งนี้เอง…ทีมงาน www.24andlife.com ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบประสิทธิภาพ รถปิคอัพเวอร์ชั่นใหม่ของค่ายมิตซูบิชิ อย่าง ไทรทัน ใหม่ ที่ได้มีการเปลี่ยนรูปลักษณ์ทั้งภายนอก ภายใน และระบบความปลอดภัยใหม่ทั้งหมดรวมถึงระบบช่วงล่างที่มีการเซ็ตอัพให้ดีมากยิ่งขึ้น บนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางบนพื้นที่สู่พื้นที่บนแนวเขาสูงที่สุดในประเทศไทยเพื่อท้าทายคุณสมบัติและความครบครันของรถกระบะที่ได้รับการพัฒนาด้วยแนวคิด “แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค” ดีไซน์ที่สะท้อนความ “แกร่งดังหินผา” (Rock Solid)

สำหรับกิจกรรมทดลองขับครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 220 กิโลเมตร มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ เริ่มจากจุดปล่อยขบวนรถที่โรงแรมใน อ.หางดง ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินอกตัวเมืองเชียงใหม่ สู่เส้นทางบนถนนสายหลักและถนนสายรอง  เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่และการควบคุมของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ โดยจุดเด่นในการทดสอบครั้งนี้คือระบบช่วงล่างใหม่ที่เป็นปีกนกคู่ที่ด้านหน้า และช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนโช้คอัพเป็นขนาดที่ใหญ่กว่าเดิมเพื่อความสบายในขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ซึ่งตลอดระยะการเดินทางบนเส้นทาง ขึ้น-ลง ภูเขา ช่วงล่างที่มีการปรับเปลี่ยนมีการให้ตัวได้ดีในทางโค้งรูปแบบต่างๆ พวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรง มีการเซ็ตค่าให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นไม่ หนืด หรือ หนัก เวลาที่หมุนพวงมาลัยในทางโค้งที่มีองศาแคบ

ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์ที่อยู่ในมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ยังคงเป็นบล็อกเดิม คือ คลีนดีเซลรหัส 4N15 บล็อก 4 สูบ MIVEC VG Turbo ให้แรงบิดที่ 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที และพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แต่มีการเปลี่ยนแปลงระบบเกียร์ใหม่ จากอัตโนมัติ 5 สปีด เป็น 6 สปีด ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงด้วยการลดรอบเครื่องยนต์ต่ำลงขณะทำความเร็วสูง และเงียบกว่าเดิมขณะที่ยังคงความคล่องตัวเมื่อใช้ความเร็วต่ำ มาพร้อมระบบ Auto Stop and Go ซึ่งดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดนิ่งเพื่อช่วยประหยัดการใช้เชื้อเพลิงยิ่งขึ้น

จากการสัมผัสในการทดสอบ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ให้ความนุ่มนวลมากในช่วงรอยต่อของเกียร์ ไม่กระชากมากในขณะที่เปลี่ยนเกียร์ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือลด ที่สำคัญยังสร้างอัตราเร่งได้ดีกว่าเกียร์ 5 สปีดในรุ่นก่อนหน้า (จากการสอบถามทีมวิศวะ  มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบ 90 กิโลกรัม) แต่ยังทำความเร็วและอัตราสิ้นเปลืองได้เทียบเท่ากับรุ่นก่อนหน้า

ทางด้านเส้นทางออฟโรด เป็นการทดสอบระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ และทดลองระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล ต้องบอกเลยว่ามิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มีระบบขับเคลื่อนที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเทคโนโลยี Super Select 4WD II มาพร้อม 4 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD High-Range) โหมด 4H (4WD High-Range) ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-Time All Wheel Control โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4WD High-Range with Locked Transfer) และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4WD Low-Range with Locked Transfer) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด 4 รูปแบบ ได้แก่ Gravel, Mud/Snow, Sand และ Rock รวมถึงระบบล็อกเฟืองท้ายเพื่อสมรรถนะที่เหนือระดับบนเส้นทางออฟโรดที่ท้าทายและสมบุกสมบัน

ซึ่งเส้นทางที่มิตซูบิชิ จัดเตรียมไว้ให้เป็นเส้นทางอันสมบุกสมบันเลียบหน้าผา ที่แฝงไว้ซึ่งอุปสรรคสุดท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางชันที่เปียกลื่น ตลอดจนสภาพพื้นผิวถนนแบบฝุ่น ขรุขระเป็นหลุมและบ่อโคลน เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร ผ่านหน่วยจัดการต้นน้ำแม่จอนหลวงลัดเลาะขึ้นไปบนทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก เพื่อขึ้นสู่เส้นทางออฟโรดขุนวางที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,500 เมตร

ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มีหลากหลายฟังก์ชั่น สามารถพารถเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดายและสะดวก ด้วยระบบการปรับโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้มือหมุนที่ระหว่างคอนโซนกลาง โดยไม่ต้องหยุดรถให้เสียเวลา (แต่ถ้าหากต้องการเข้าระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเต็มรูปแบบ 4LLc รถต้องจอดหยุดนิ่ง ใส่เกียร์ N และพวงมาลัยตั้งตรงเท่านั้น ถึงจะใช้งานได้) นอกจากนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ยังมีความสูงใต้ท้องรถถึง 220 มม. สามารถขับไต่สิ่งกีดขวางได้ถึง 31 องศา หรือ ลาดต่ำลงทำมุม 23 องศา และสามารถขับคร่อมทำมุม 25 องศา

ในช่วงเส้นทางลงเขา ผู้ร่วมทดสอบได้ทดลองใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพื่อรักษาความเร็วรถให้คงที่ขณะลงทางลาดชัน ในขณะเดียวกันเรายังได้ทดสอบระบบเกียร์แบบแพทเทิร์นชิพที่อยู่ตรงพวงมาลัยอีกด้วย ซึ่งสามารถสร้างเอนจิ้นเบรกได้อย่างทันใจ ทำให้ควบคุมรอบเครื่องยนต์ได้อย่างตามต้องการ ผ่านอุปสรรคเส้นทางคดเคี้ยวได้อย่างง่ายดาย

นอกเหนือจากระบบความปลอดภัยแล้ว ความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารคืออีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของรถกระบะมิตซูบิชิ ห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ตกแต่งด้วยวัสดุที่ให้ผิวสัมผัสนุ่มคุณภาพสูง รองรับการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ด้วยช่องเก็บของและจุดวางเครื่องดื่ม รวมถึงการติดตั้งช่อง USB ในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งานสำหรับผู้โดยสารทั้งตอนหน้าและตอนหลัง แสดงผลผ่านจอแสดงข้อมูลในการขับขี่แบบสีพร้อมอะนิเมชั่นสามมิติ และมาตรวัดแบบไฮคอนทราสต์และกราฟฟิกที่มีความละเอียดสูงขึ้น การแสดงผลระบบนำทางได้รับพัฒนาใหม่เพื่อให้มองเห็นได้สะดวกชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงระบบสั่งงานด้วยเสียงพร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ สวิตช์ควบคุมจอแสดงข้อมูลในการขับขี่ที่พวงมาลัย และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน ภายในห้องโดยสารยังมีช่องระบายความเย็นติดตั้งบนเพดานสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

สรุป มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่

จากการทดสอบ เราได้ข้อสรุปที่น่าสนใจ คือ…การได้สัมผัสกับรถปิคอัพที่ล้ำสมัย พร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น เพราะนอกจากการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่เป็นตัวช่วยอีกมากมาย ซึ่งนับว่าคุ้มค่าถ้าหากต้องการลงทุนจับจองรถปิคอัพไว้ใช้งานสักหนึ่งคัน

 

เทคโนโลยีความปลอดภัยในมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอันชาญฉลาด ที่ทำให้ผู้ขับและผู้โดยสารปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist – BSW with LCA) ระบบจะตรวจจับรถคันอื่นที่วิ่งอยู่ในเลนถัดไปทางด้านหลัง ในระยะประมาณ 70 ม. และส่งสัญญาณไฟเตือนบนกระจกมองข้างให้ผู้ขับขี่ทราบว่ามีรถอยู่ในจุดอับสายตา

ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง (Forward Collision Mitigation System – FCM) พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว ระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ประเมินระยะห่างจากรถคันหน้า หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถคันหน้าในช่องทางเดียวกัน ระบบจะทำการเตือนและช่วยชะลอความเร็ว พร้อมเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเบรกที่ดียิ่งขึ้น และบรรเทาความเสียหายจากการชน

ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรง และรวดเร็ว (Ultrasonic misacceleration Mitigation System – UMS) ระบบทำงานโดยใช้คลื่น Ultrasonic ตรวจจับวัตถุด้านหน้า หรือด้านหลังในระยะไม่เกิน 4 เมตร ในขณะที่เกียร์อยู่ตำแหน่ง “D” หรือ “R” หากมีการเหยียบคันเร่งผิดพลาดอย่างรุนแรง และรวดเร็ว ระบบจะทำการตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะอัตโนมัติ และทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 10 กม./ชม. เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการชน

ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด(Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ในขณะที่รถกำลังถอยหลัง หากเซนเซอร์ด้านหลังตรวจพบรถคันอื่นเข้ามาภายในรัศมีการตรวจจับ ระบบจะส่งเสียงเตือนและสัญญาณไฟกะพริบบนกระจกมองข้างทั้ง 2 ด้าน พร้อมแสดงข้อความเตือนบนหน้าจอแสดงผล

กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ระบบทำงานผ่านกล้อง 4 ตำแหน่งรอบตัวรถ เพื่อประมวลผลและแสดงภาพแบบ Bird’s Eye View ผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพได้รอบตัวรถ เพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบายในการจอดรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

ระบบปรับระดับไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ (Automatic High-Beam – AHB) เพื่อความสะดวกสบาย และความปลอดภัยสำหรับการขับขี่ในยามค่ำคืน ระบบจะตรวจจับแสงไฟจากด้านหน้ารถ เพื่อปรับการทำงานของไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ

ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง เสริมความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง บริเวณหัวเข่าด้านคนขับ และม่านถุงลมนิรภัย ช่วยลดความรุนแรงที่เกิดจากการชนทั้งด้านหน้า และด้านข้าง ทำงานร่วมกันกับเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ

ระบบเบรกแบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Braking System – ABS) จะทำงานทันทีเมื่อเหยียบเบรกกะทันหัน ช่วยให้คุณหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างทันท่วงที

ระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Brake Force Distribution – EBD) ทำงานประสานกับระบบเบรก ABS เพื่อให้เกิดการกระจายแรงเบรก อย่างเหมาะสมทั้ง 4 ล้อ ช่วยลดระยะเบรกให้สั้นลง

ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist – Ba) จะทำงานทันทีที่เหยียบเบรกกะทันหัน ระบบนี้จะช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้การหยุดรถเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist System – HSA) ช่วยป้องกันรถไหล เมื่อต้องออกตัวบนทางลาดชัน

ระบบควบคุมเสถียนภาพการทรงตัว (Active Stability Control – ASC) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวของรถ ในสภาวะที่รถเสียสมดุล เพื่อป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง เช่น กรณีหลุดโค้งเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ถนนลื่น หรือหักหลยกะทันหัน

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล (Active Traction Control – TCL) ระบบจะช่วยควบคุมการหมุนของล้ออย่างสมดุลในสภาวะถนนลื่น ขรุขระ หรือทางลาดชัน เพื่อไม่ให้รถสูญเสียการยึดเกาะถนน