2-Wheel Bike Technic Feature

เลือกยาง จำเป็นต้องตอบโจทย์การใช้งาน

มีคำถามไม่น้อยว่ารถมอเตอร์ไซค์จะเลือกใช้งานแบบไหนถึงจะเหมาะ? งั้นเราขอถามกลับบ้างว่ารถที่ใช้งานเป็นประเภทอะไร? เพราะความสำคัญของเรื่องยางมันเกี่ยวข้องกับการใช้งานในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนัก ความเร็วและโครงสร้างของยางที่ต้องการใช้งาน

…แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่ายางแบบไหนจะเหมาะสมกับการใช้งาน คำตอบง่ายๆ คือชนิดของรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้อยู่และรูปแบบการใช้งานที่เราตั้งใจไว้ เช่น รถแนวสปอร์ตหรือแนวเนกเกตไบค์ จะใส่ยางบั้งในรูปแบบทัวริ่งก็ไม่น่าจะใช่สักเท่าไหร่ แนวทัวริ่งจะใส่ยางสปอร์ตจ๋าก็คงผิตวัตถุประสงค์ไม่ใช่น้อย

ดังนั้นเพื่อความถูกต้องและใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรเลือกยางให้เหมาะกับตัวรถและการใช้งานจะดีกว่า โดยหลักๆ แล้วยางสามารถแบ่งประเภทการใช้งานได้ 3 รูปแบบ คือ แบบสปอร์ตที่ใช้ในการแข่งขัน ถัดมาคือแบบการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และสุดท้ายคือยางรูปแบบทัวริ่งที่เน้นการใช้งานแบบเดินทางไกลหรือแม้กระทั่งบนถนนฝุ่นที่ต้องการจิกของหน้ายางสูง

เพื่อความถูกต้องและไม่ผิดเพี้ยนวัตถุประสงค์ เรามาทำความรู้จักกับยางแต่ละชนิดกันดีกว่า…

ยางแบบสปอร์ต

ยางที่มีความเกาะถนนสูง มีผิวยางที่นิ่ม มีน้ำหนักเบา ถ้าใครเคยดูรายการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ Moto GP หรือ Superbike World Championship ยางแบบนั้นแหละใช่เลย ยางแบบสปอร์ตที่ต้องการการยึดเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะหน้ายางมีพื้นที่ในการใช้งานมาก ทำให้มีการยึดเกาะถนนสูงกว่ายางชนิดอื่นๆ

มีข้อเสียรึเปล่า?

มีแน่นอนเนื่องจากยางประเภทนี้มีพื้นที่ยางมากทำให้มีดอกยางน้อย พอดอกยางน้อยก็รีดน้ำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ให้เวลาที่ขี่ใช้งานบริเวณพื้นเปียก หรือเส้นทางที่มีฝนตกจะทำให้มีอาการ “ลื่นหรือเหินน้ำ” เพราะไม่มีร่องดอกยางรีดน้ำในการสร้างพื้นสัมผัสให้กับดอกยาง

ยางใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน (ยางเรเดียล)

ยางชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวัน เน้นการใช้งานที่หลากหลายซึ่งไม่ใช้งานในรูปแบบความเร็วที่มากจนเกินไป มีร่องรีดน้ำหรือที่เรียกว่าดอกยางเยอะกว่ายางแบบสปอร์ต ทำให้ใช้ในพื้นที่เปียกได้ดีกว่ายางแบบสปอร์ต ข้อดีของยางชนิดนี้คือมีความทนทานสูง ใช้งานได้ระยะยาวนานกว่ายางแบบสปอร์ต ที่สำคัญมีให้เลือกมากมายหลายค่ายและราคาไม่สูงมากนัก เหมาะสมกับรถที่ต้องใช้งานเยอะในชีวิตประจำวัน

ส่วนข้อเสีย

คือ มีการเกาะถนนน้อยกว่ายางแบบสปอร์ต ถ้าใช้ในความเร็วสูงก็ต้องระวังกันหน่อย เพราะยางประเภทนี้ถูกออกแบบให้มีการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกสภาพถนนที่ไม่ใช้ความเร็วที่มากจนเกินไป อีกจุดด้อยที่ไม่ควรมองข้ามคือความแข็งของเนื้อยางที่ต้องแลกกับการเกาะถนน

   

ยางรูปแบบทัวริ่ง

ยางของนักผจญภัยที่ชอบลุยและท่องเที่ยวในที่ต่างๆ ถ้ามองโดยรวมมีการใช้งานที่ใกล้เคียงกับยางใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน (ยางเรเดียล) แต่ก็จะมีข้องแตกต่างที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือบั้งของดอกยางที่มีขนาดใหญ่ ที่รองรับการใช้งานในพื้นที่ออฟโรด เพื่อใช้ในการตะกุยให้รถเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้อย่างง่ายดาย ที่สำคัญมีเนื้อยางที่หนาหมดค่อนข้างยาก เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ตอบโจทย์การใช้งานบนถนนทั่วไปได้ดีระดับหนึ่งในความเร็วที่ไม่สูงมากนัก

ข้อเสียของยางรูปแบบทัวริ่ง

คือ มีน้ำหนักมาก ยึดเกาะถนนไม่ดีสักเท่าไหร่ เนื่องจากการออกแบบมาให้ใช้งานในรูปแบบเฉพาะที่เน้นออฟโรดมากกว่าออนโรด ดังนั้นเมื่อใช้งานบนถนนปกติจะมีความด้อยเรื่องการเกาะถนนและรีดน้ำอยู่พอสมควร

เพื่อความถูกต้องและใช้งานได้อย่างตรงวัตถุประสงค์ ควรเลือกยางให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งาน เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนและการใช้งานที่เต็มประสิทธิภาพ เพราะจะทำให้ยางมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น