[rank_math_breadcrumb]

Lamborghini Aventador SV J ผสานเทคโนโลยีแอโรไดนามิกกับสมรรถนะเครื่องยนต์

Lamborghini เปิดตัว Aventador ออกมาในปี 2011 แล้วตามด้วย Aventador S ซึ่งเป็นรุ่นที่ถูกอัพเดทมาแทนที่ตั้งแต่ปี 2016 โดยที่มีรุ่นรหัส SV หรือ Super Veloce เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะเหนือกว่ารุ่นมาตรฐาน แต่ล่าสุด Lamborghini Aventador SV J คือรถที่ถูกส่งออกมาเป็นทางเลือกของสมรรถนะที่สูงกว่า Aventador S

Lamborghini Aventador SV J บ่งบอกถึงความเหนือกว่ารุ่น SV ที่เคยเปิดตัวออกมาด้วยตัวอักษร J ต่อท้ายที่สื่อถึงสนามแข่งและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของรถ และเพื่อทำให้สมกับการมีตัวอักษร J ต่อท้ายทางผู้ผลิตจึงเสริมสมรรถนะทั้งในด้านความแรงและด้านอื่นให้แก่รถ

Front Side of Aventador SV J

ภายนอกของ Aventador SV J ได้รับการออกแบบรายละเอียดใหม่ไม่ได้เพื่อสร้างความแตกต่างจาก Aventador S ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานและทำให้รถดูดุดันขึ้นเท่านั้น แต่ยังเสริมสมรรถนะของรถโดยมีระบบ Aerodinamica Lamborghini Attiva ช่วย

การออกแบบรายละเอียดต่างๆ ใหม่มีตั้งแต่กันชนหน้าพร้อมช่องรับอากาศใหม่ Splitter มีลักษณะลอยตัวสำหรับการไหลเข้าของอากาศ ฝากระโปรงใหม่พร้อมช่องระบายอากาศ ขยายช่องรับอากาศด้านข้างให้ใหญ่ขึ้น กันชนหลังพร้อม Diffuser และสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ด้านหลัง นอกจากนี้ใต้ท้องรถยังได้รับการออกแบบเพื่อให้มีการไหลของอากาศจากด้านหน้าจนถึงด้านหลังได้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้ตัวรถมีความกว้างมากขึ้นพร้อมกับมีแรงกดที่ตัวรถมากกว่ารุ่น SV 40 เปอร์เซ็นต์

Back Side of Lamborghini Aventador SV J

โดยนอกจากการออกแบบส่วนที่เกี่ยวข้องกับแอโรไดนามิกของรถใหม่แล้ว Aventador SV J ยังมีการใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาทั้งคาร์บอนไฟเบอร์และอลูมิเนียมจนทำให้มีน้ำหนัก 1,525 กิโลกรัม และมีอัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้า 1.98 กิโลกรัม/แรงม้า

ส่วนความแรงของ Aventador SV J แม้จะยังคงมาจากเครื่อง V12 6,500 ซ๊ซีหายใจเองเหมือน Aventador S แต่ถูกปรับให้มีกำลังมากขึ้นเป็น 770 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 720 นิวตันเมตร โดยสามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยเวลา 2.8 วินาที เร่งจาก 0-200 กม./ชม. ด้วยเวลา 8.6 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดทำได้มากกว่า 350 กม./ชม. โดยใช้เกียร์ ISR 7 สปีดในการส่งกำลังสู่ล้อทั้งสี่

Side View of Aventador SV J

ด้วยสมรรถนะที่สูงขึ้นในทุกด้านของ Lamborghini Aventador SV J ทำให้สามารถแล่นทำความเร็วรอบสนาม Nurburgring โดยใช้เวลา 6:44.97 นาที ซึ่งเป็นสถิติสนามสำหรับรถในสายการผลิต

เพื่อหยุดความเร็วของรถเมื่อต้องการจึงใช้จานเบรกขนาด 40 มม. และคาลิเปอร์ 6 สูบที่ด้านหน้า จานเบรกขนาด 38 มม. และคาลิเปอร์ 4 สูบที่ ล้อหลัง โดยใช้ระยะทาง 30 เมตรในการหยุดรถจากความเร็ว 100 กม./ชม. จนหยุดนิ่ง

Interior of Aventador SV J

การออกแบบภายในห้องโดยสารของ Aventador SV J เน้นไปที่ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับและรถทั้งสำหรับการขับในสนามแข่งและบนถนน โดยมีสามโหมดการขับให้เลือกรวมทั้งโหมดที่ผู้ขับสามารถปรับคัสตอมเองได้ พร้อมกับใช้จอ TFT เพื่อแสดงข้อมูลของรถและการทำงาน Aerodinamica Lamborghini Attiva แต่ขณะเดียวกันก็มีระบบ Infotainment ซึ่งมาพร้อม AppleCarPlay เพื่อความเพลิดเพลินในขณะเดินทาง

สำหรับราคาของ Lamborghini Aventador SV J อยู่ที่ 517,770 ดอลล่าร์ และมีการผลิตจำกัด 900 คัน

Tagged:

admin24

admin24

RELATED ARTICLES

UPDATE