Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ถึงจะเงียบไปนานในด้านรถยนต์นั่ง แต่คราวนี้นับว่าถึงจังหวะสร้างกระแสของค่ายฮุนไดเป็นแน่แท้ หลังจากที่ได้ปล่อยรถ Hyundai IONIQ Electric  รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV ออกสู่ตลาดยานยนต์ไทย และได้ผลการตอบรับที่เกินคาดหมาย ด้วยความแปลกใหม่ ประหยัด และ เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย ทำให้มีหลายคนต่างจับตามองว่าในทิศทางรถพลังงานไฟฟ้าในอนาคตจะเป็นอย่างไร

ก่อนอื่นเลยขอเท้าความสักนิดกับรถยนต์ Hyundai IONIQ เพราะโมเดลนี้ที่มีจำหน่ายในทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี จุดประสงค์คือ เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ และนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่มีความสวยงาม ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่, การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ซึ่งในเมืองไทยรุ่นที่เข้ามาคือพลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ภายนอกล้ำอนาคต เหมือนถอดแบบมาจากหนัง Sci-Fi

จากข้อมูลที่ได้รับมา Hyundai IONIQ Electric ได้รับการออกแบบโดยเน้นที่ปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ ทำให้มีบุคลิกของความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต รูปทรงตัวรถเป็นแบบรถแฮ็ทช์แบ็กทรงสปอร์ต มาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว รวมถึงการออกแบบตัวถังส่วนต่างๆเช่น ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ดิฟฟิวเซอร์ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอย ทั้งหมดนี้ ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกและลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์  ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป
รถยนต์รุ่นดังกล่าว เป็นรุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น กระจังหน้าจึงถูกออกแบบในลักษณะปิดทึบ เนื่องจากไม่ต้องใช้งานเพื่อการระบายความร้อนเครื่องยนต์ แต่ยังคงไว้ซึ่งความพลิ้วไหว และสะอาดตา ด้วยสีเทาเข้ม ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED บริเวณชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ถูกตกแต่งด้วยสีทองแดง ที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
จากการที่ได้สัมผัสและสำรวจ Hyundai IONIQ Electric มีหน้าตาที่ชัดเจนมากเรื่องการออกแบบที่ล้ำสมัย เส้นสายรอบตัวรถมีความเด่นชัด ด้านหน้าโค้งมลแทบจะไม่มีเหลี่ยมในการสะดุดอากาศในตอนขับ ส่วนด้านหลังออกแบบให้มีความลู่ลมเพื่อลดภาระเรื่องพลศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าหน้าตาจะดูล้ำไปสักหน่อย แต่การออกแบบลักษณะนี้คิดว่าน่าจะลงตัวที่สุดในด้านการใช้งาน

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ภายในตอบรับทุกการใช้งาน ไม่หวือหวามากนัก แต่เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ในการออกแบบภายในของ Hyundai IONIQ Electric มาด้วยแนวคิด ‘Purified High-Tech’ ที่เน้นถึงความเรียบง่าย ลื่นไหล แต่มีความปราณีตและใช้งานง่าย เน้นการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุด มีผิวสัมผัสที่เรียบ ลื่น และให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์ วัสดุภายใน เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย เพื่อช่วยให้อากาศภายในห้องโดยสาร มีความบริสุทธิ์, สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง เพื่อให้มีประกายของเม็ดสีที่สวยงาม, แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและคุณภาพที่ดี นอกจากนี้ บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์ ได้แรงบันดาลใจจากทองแดงที่อยู่ในคอนดักเตอร์ของระบบไฟฟ้า

เมื่อได้เข้าไปทดลองนั่งภายในห้องโดยสารของ Hyundai IONIQ Electric มีความกว้างและสะดวกสบาย โดยเฉพาะที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า ซึ่งมีความโปร่งและกว้างขวางเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง (ส่วนด้านหลังก็มีที่พอเหมาะในการนั่งเดินทาง แต่ด้วยการออกแบบตัวรถที่มีความลู่ลง ทำให้หลังคาด้านหลัง มีระนาบที่โค้งลง ทำให้คนที่สูงเกิน 108 เซนติเมตร จะมีความรู้สึกอึกอัดเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีผลในการใช้งาน) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการเพียงการกดสั่งการเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ฟังก์ชั่นเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่น่าสนใจในรถ Hyundai IONIQ Electric

ระบบเทคโนโลยีภายในของ Hyundai IONIQ Electric มาพร้อมกับ Smart Entry ระบบ Welcome Function จะทำงาน ด้วยการสั่งให้ไฟหน้าและไฟท้ายส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะจอดรถในที่มืดหรือยามค่ำคืน และเมื่อผู้ขับขี่เปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับ ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า (Lumbar Support) ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้าอีกด้วย
นอกจากนี้ Hyundai IONIQ Electric ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยระบบ Blind Spot Detection ที่จะทำหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ โดยทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน และยังทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถ

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Lane Departure Warning (LDW) โดยระบบ จะใช้กล้องที่อยู่บริเวณด้านบนตรงกลางของกระจกบังลมหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร และระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ โดยระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่
ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่ ขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และถ้าระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ ไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ทดลองขับแบบใช้งานจริง

จากการที่ได้ขับทดสอบ Hyundai IONIQ Electric ระบบที่ชอบมากที่สุดน่าจะเป็น ระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ จากการที่ได้สัมผัสกับระบบรูปแบบนี้มาหลายค่าย ของ Hyundai IONIQ Electric นับว่ามีความละเอียดมาก สามารถจับด้านท้ายรถได้ถึง 1ใน 4 (ทางโค้งเห็นไฟหลังข้างเดียวระบบก็ยังทำงานอยู่) โดยส่วนใหญ่รถที่ติดตั้งระบบนี้ จะมีการทำงานจับด้านท้ายได้น้อยสุดเพียงแค่ 1 ใน 2 หรือ ครึ่งเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าเกินกว่าที่บอกไว้จะหลุดการควบคุมทำให้ต้องคอยระวังในการใช้งาน นอกจากจะช่วยลดความเร็วแล้วเพิ่มความเร็วตามที่กำหนดไว้แล้ว ระบบนี้ยังสามารถหยุดรถได้ถึงความเร็ว 0 กิโลเมตร/ชั่วโมงอีกด้วย

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

อีกจุดเด่นที่ Smart Cruise Control (SCC) มีก็คือ ถ้ารถคันหน้าหยุดนิ่งถึง 0 ในช่วงเวลา 3-4 วินาที แล้วรถคันหน้าเกิดการเคลื่อนที่ ระบบนี้จะทำงานต่อโดยทันทีและยังสั่งงานอย่างต่อเนื่องในความเร็วต่ำ แต่ถ้าเกิดการหยุดนิ่งเกินเวลาที่กำหนด หน้าจอจะแสดงผลรูปเท้ากับคันเร่ง ในช่วงแรกอาจจะตกใจสักหน่อย แต่ถ้าคุ้นชินแล้วระบบนี้ก็ยังสามารถทำงานต่อโดยไม่ตัดระบบ เพียงแค่แตะคันเร่งเบาๆ หรือ ดันแป้นเครื่องหมายบวกตรงพวงมาลัย ระบบก็จะทำงานต่อเนื่องแม้ว่าจะใช้ความเร็วต่ำก็ตาม

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ส่วนด้านการขับใช้งานเครื่องยนต์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง นับว่ามีกำลังสูงอัตราเร่งทันใจ และยังมีโหมดการขับให้เลือกอีก 3 รูปแบบ คือ Eco , Normal และ Sport เพียงแค่กดปุ่ม ‘Drive Mode’ตรงคอนโซนกลางเหนือเกียร์ ระบบเหล่านี้ก็พร้อมใช้งาน ซึ่งแต่ละระบบจะทำงานดังนี้
ในโหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว
ในโหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal
ในโหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซนต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

ในด้านการชาร์จกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ Hyundai IONIQ Electric มีระบบ regenerative braking system ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับ จะเป็นระดับการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เพียงผู้ขับขี่กดปุ่ม paddle shift รถยนต์จะลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อให้ระบบ regenerative braking system ทำงาน และนำกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อช่วยให้มีระยะทางการวิ่งที่ยาวขึ้น

สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนของ Hyundai IONIQ Electric เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่ดี และมีหน่วยความจำรอบการชาร์จไฟที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล เมทัล ไฮดราย สำหรับในฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริกนั้น เป็นแบตเตอรี่ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW โดยแบตเตอรี่นี้ ถูกติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST) Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

จากทดสอบการใช้งานในระยะทางไกลที่ใช้ความเร็วและไม่ได้ใช้ระบบชาร์จกลับ Hyundai IONIQ Electric สามารถวิ่งต่อเนื่องได้อยู่ประมาณ 180 กิโลเมตร ในมุมมองการใช้งานที่ต้องการทำเวลาเร่งด่วน (ขับต่อเนื่องบนทางด่วน ที่มีปริมาณรถน้อย) นับว่ามีระยะการเดินทางที่ปลอดภัยพอดู เพราะโดยปกติน่าจะใช้งานอยู่ไม่เกิน 150 กิโลเมตร/วัน แต่ถ้าใช้งานปกติในความเร็วต่ำ บวกกับการใช้ระบบ regenerative braking system อย่างต่อเนื่อง จากระยะ 280 กิโลเมตรที่แจ้งไว้หน้าจอ จะมีระยะการใช้งานเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีตัวเลขเครมจากทางฮุนไดว่า ที่ยุโรปสามารถทำได้ถึง 400 กิโลเมตร บวกๆ

อีกหนึ่งตัวแปลที่สำคัญของรถ Hyundai IONIQ Electric คือพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ถ้าเปิดทุกฟังก์ชั่น อาทิ แอร์ทุกที่นั่ง (ในการนั่งคนเดียว ไม่ใช้ ‘Driver only’) เบาะเป่าลม หรือแม้การใช้คันเร่งที่ต่อเนื่อง พลังงานไฟฟ้าจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใช้งานได้ระยะสั้นลง แล้วถ้าเกิดใช้ไฟเข้าอยู่ในระยะ 2 ขีดสุดท้าย รถยนต์ก็จะเข้าอยู่ในระบบ Save โหมด มีรูปเต่าขึ้น สามารถใช้งานได้อีกประมาณ 60 กิโลเมตร และจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง

 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

สรุป

ตอนนี้ทิศทางพลังงานทดแทนด้านไฟฟ้ามาแล้ว ต้องรอดูปัจจัยด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น สถานีชาร์จไฟว่าพร้อมมากขนาดไหน ในส่วนนี้คงต้องพึงภาครัฐและเอกชนว่าจะผลักดันกันอย่างไร ส่วนเรื่องการชาร์จไฟกับรถ Hyundai IONIQ Electric ง่ายเพียงแค่ใช้ไฟบ้าน ปลั๊กแบบฝังผนังและมีเบรกเกอร์ 15 แอมป์ เท่านั้น ก็สามารถชาร์จได้ทันที ใช้ระยะเวลา 4 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นก็เต็มแล้ว คิดเฉลี่ยประมาณ 35 สตางค์/กิโลเมตร เท่านั้น ส่วนถ้าจะใช้สถานีบริการจะมีค่าบริการชาร์จอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 50 บาท, 2 ชั่วโมง 80 บาท, 3 ชั่วโมง 120 บาท และ 4 ชั่วโมง 150 บาท
ส่วนราคาจำหน่าย ฮุนได ไอออนิค อิเล็กทริก ที่ 1,749,000 บาท
 Hyundai IONIQ Electric รถพลังงานไฟฟ้า ที่มีมากกว่าพลังงานไฟฟ้า (TEST)

 

Tagged:

admin24

admin24

RELATED ARTICLES

UPDATE