CSR/Corporate

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย แถลงนโยบายเดินหน้าเพื่อพัฒนาระบบการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) แถลงนโยบายเดินหน้าเพื่อพัฒนาระบบการใช้งานสถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย รวมทั้งโครงการความร่วมมือทางเทคโนโลยีด้านระบบกักเก็บพลังงานของประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้แถลงตัวเลขผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งเเต่ปี 2558 ถึง 2563 ทั้งในส่วนของรถยนต์ประเภทปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) ที่มีเเนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ (BEV)  ก็มีสถิติการจดทะเบียนในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 สูงกว่ายอดจดทะเบียนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในปี 2562 ทั้งปี

สำหรับทิศทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้  สมาคมฯจะยังคงสานต่อ 8 ข้อเสนอ เเนะเเนวทางส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย อันได้เเก่

  1. การจัดทำแผนที่นำทางเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roadmap)  แบบบูรณาการ
  2. การพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายต่างๆ อาทิ ให้รถสามล้อไฟฟ้าเเละรถรับจ้างไฟฟ้าสามารถจดทะเบียนได้อย่างเสรี
  3. การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เช่นการส่งเสริมให้ประชาชนซื้อยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่เหมาะสมผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การลดภาษีส่วนบุคคล/นิติบุคคลสำหรับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
  4. การส่งเสริมการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
  5. การส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีเเละการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า
  6. การจัดทำมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
  7. การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้า
  8. การส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ภายใต้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่นี้ เเบ่งการทำงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้เเก่ ฝ่ายเลขานุการ, ฝ่ายส่งเสริมการวิจัย, ฝ่ายวิชาการ, ฝ่ายอุตสาหกรรมและฝ่ายส่งเสริมการใช้ ทุกฝ่ายล้วนมีการทำงาน ด้วยวิสัยทัศน์เดียวกันคือ ส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่จะช่วยลดปัญหามลพิษ ในท้องถนนโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทำให้เกิดการใช้พลังงานในภาคขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรม การผลิต พัฒนาและวิจัยยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้มีความเข้มแข็งและสามารถ แข่งขันในตลาดสากลได้มากขึ้น

ในส่วนของผลงานในปีที่ผ่านมาไปจนถึงเดือนกันยายน 2563 นี้ ทางสมาคมได้ดำเนินการเเบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก ได้เเก่

1.ผลงานในความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งทางสมาคมได้จับมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศต่างๆ เช่นAsian Federation of Electric Vehicle Association (AFEVA) ที่มีสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย เป็นพันธมิตรในโครงการความร่วมมือต่างๆระหว่างสมาคมฯ นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยยังได้ลงนามข้อ ตกลงความร่วมมือ ด้านข้อมูล เทคโนโลยี เเละ พัฒนายานยนต์ไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยเเละเกาหลีใต้, และในด้านความร่วมมือทางวิชาการนั้น สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมบรรยายและสัมมนาในหัวข้อยานยนต์ไฟฟ้าบนเวที นานาชาติในประเทศฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย เเละเกาหลีใต้ เป็นต้น

2.ผลงานในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและการสนับสนุนร่วมกับหน่วยงานของภาครัฐ เมื่อปี 2562 ทางสมาคมได้เข้าชี้แจงข้อเสนอแนวทางการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้ากับคณะเลขาธิการ ณ กระทรวงพลังงาน, ดร.ยศพงศ์ ลออนวล นายกสมาคม กิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1-1/2563 ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ นโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ , ทางสมาคมยังได้เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเรื่องการจัดซื้อรถยนต์ xEV ในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมกับทางสำนักงบฯ อีกหนึ่งโครงการความร่วมมือที่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ 11 องค์กรพันธมิตรผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาระบบ เชื่อมต่อการใช้สถานีอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่าย ร่วมกับทางภาครัฐเเละภาคเอกชน หรือที่เรียกชื่อโครงการนี้ ว่า Charging Consortium เพื่อให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ รวมไปถึงการพัฒนาระบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ทางสมาคมยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (Thailand Energy Storage Technology Alliance: TESTA)  ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช), มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข), มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ) เพื่อสร้างเครือข่ายการดำเนินงานในการ พัฒนาเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทยตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าซึ่งจะยิ่งทำให้ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการกักเก็บ พลังงาน จากนักวิจัยของประเทศเอง เเละจะสามารถสร้างสรรค์ เทคโนโลยีต่างๆ ที่เอื้อต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าได้อีกด้วย

3.ผลงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนด้านวิชาการและความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไป ทางสมาคมได้มีการจัดทำรถสามล้อไฟฟ้า ต้นเเบบ เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปเป็นไฟฟ้า เพื่อเป็นเเนวทางในการผลิตสำหรับ ผู้ประกอบการ อีกทั้งทางสมาคมได้จัดทำ EVAT Directory 2020 ที่รวบรวมข้อมูลสมาชิก ยานยนต์ไฟฟ้าที่จัดจำหน่ายในไทย เเละให้บุคคลทั่วไป สามารถดาวน์โหลด ข้อมูลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เเละที่ผ่านมาล่าสุด สมาคมฯ ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ได้จัดการประชุมด้านยานยนต์ไฟฟ้านานาชาติ (iEVTech 2020) ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ประจำปี 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ภายใต้หัวข้อ “Scaling-up Electric Mobility & Beyond” ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถยนต์ชั้นนำ 7 บริษัท มาแสดงวิสัยทัศน์ในการยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย