2-Wheel TEST Test Bike

Benelli TRK 502 สิงโต Adventure (TEST)

เปิดตลาดมาสักพักใหญ่แล้วกับรถอย่าง Benelli TRK 502 มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สไตล์ Touring Adventure ที่ครบเครื่องทั้งในด้านการใช้งานที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการเดินไกลแบบท่องเที่ยวหรือแม้กระทั่งการใช้งานในเมืองในรูปแบบชีวิตประจำวัน

สำหรับเจ้า Benelli TRK 502 ถ้าให้เทียบกับกลุ่มรถก็น่าจะอยู่ในเซกเมนต์ระดับกลางคือเครื่องยนต์ขนาดพิกัด 500 ซีซี ในสไตล์รถมอเตอร์ไซค์ Touring Adventure โดยมีไฮไลท์เด่นอยู่ที่การออกแบบให้คนเอเชียใช้งานได้ง่าย ด้วยเบาะนั่งที่อยู่ในระดับไม่สูงมากนักนั่นก็คือ 815 มม. (ความสูงจากพื้นถึงเบาะนั่ง) ทำให้สะดวกต่อการขึ้นนั่งและการประคองรถในขณะออกตัวและเวลาจอด ซึ่งเท่าที่สังเกตคนที่มีความสูงต่ำกว่า 170 ซม. ก็สามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย
ด้านการออกแบบรถคันนี้มาในรูปแบบดุดันสไตล์นักเดินทาง โดยมีโครงสร้างตัวถังที่ดูบึกบึนไม่แพ้รุ่นใหญ่อย่างค่ายในยุโรปแม้แต่น้อย ซึ่งจุดเด่นในการเพิ่มสรีระน่าจะอยู่ที่ปากเป็ดขนาดใหญ่ใต้ไฟหน้าแบบ 2 โคมแยกซ้าย-ขวา พร้อมด้วยไฟ Daylight แบบ LED และชิวบังลมขนาดใหญ่ที่ช่วยลดแรงปะทะของลมในขณะเดินทาง และกิ่งไม้ในสไตล์การขี่แบบ Adventure นอกจากนี้ยังเติมเต็มฟังชั่นการใช้งานให้สะดวกสบายเพิ่มขึ้นด้วยที่ชาร์จไฟแบบ USB เพื่อเอาไว้เสียบ GPS หรือชาร์จโทรศัพท์มือถือ
ส่วนตัวถัง Benelli TRK 502 มาในรูปแบบโครงถักเพื่อเพิ่มความแข็งแรงในการใช้งาน แถมตัวรถยังมีเหล็กแคชบาร์ที่ป้องกันความเสียหายในขณะรถล้ม และเหล็กสำหรับติดกล่องด้านหลังมาให้อีกด้วย ซึ่งนับว่าครบเครื่องจริงๆ กับรถสไตล์ Touring Adventure คันนี้ที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม ในส่วนของถังน้ำมันมีความจุถึง 20 ลิตร ทำให้เดินทางไกลระยะยาวๆ ได้อย่างสบาย อีกจุดหนึ่งเลยที่ขาดไม่ได้คือเบาะนั่งขนาดใหญ่ทั้งคนขี่และคนซ้อน ช่วยในการเดินทางไกลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น จากที่ลองได้สัมผัสบอกได้เลยว่านั่งได้เต็มมากทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ด้วยการดีไซน์เบาะที่ใกล้เคียงกับเบาะเดี่ยวแถวยาว ทำให้คนซ้อนมีพื้นที่นั่งได้มากกว่าเบาะ 2 ชิ้น ที่สำคัญเบาะคนซ้อนยังได้ออกแบบให้เป็นระนาบตรงทำให้ไม่ไหลลงมาติดคนขี่ได้ง่ายอีกด้วย

ขุมพลังสิงโต Adventure ในรูปแบบอิตาลี

 ทางด้านขุมพลัง Benelli TRK 502 มาในรูปแบบเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 4 วาล์ว ความจุ 499.6 ซีซี. ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด ขนาดกระบอกสูบ x ระยะชัก ( 69 มิลลิเมตร x 66.8 มิลลิเมตร ) ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ 6 สปีด ให้สมรรถนะสูงสุด 47.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิด 45.0 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที โดยท่อได้ออกแบบให้ออกใต้ท้องรถโดยผ่านมาตรฐาน EURO4 ระบบสตาร์ทเป็นระบบสตาร์ทไฟฟ้า ซึ่งนับว่าเพียงพอต่อการใช้งานเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในรูปแบบต่างๆ
นอกจากนี้ Benelli TRK 502 ยังมาพร้อมกับมิติรถ ยาว x กว้าง x สูง 2,180 x 912 x 1,465 มม. ความจุถังน้ำมัน 20 ลิตร ระบบกันสะเทือนหน้า Upside-Down ที่มีระยะเคลื่อนตัว 135 มม. ระบบกันสะเทือนหลัง สวิงอาร์ม ระบบยุบตัวโช้คอัพหน้า 120 มม. โช้คหลัง Monoshock ระบบเบรกล้อหน้า จานดิสก์คู่ คาลิปเปอร์เบรก 4 ลูกสูบแบบ Radial Mount (OEM) ขณะที่เบรกหลัง จานดิสก์เดี่ยวขนาด 260 มิลลิเมตร ติดตั้ง ABS เป็นมาตราฐาน ยางหน้าขนาด 120/70-17 ยางหลังขนาด 160/60-17 และที่สำคัญยังมีระบบเบรก ABS ที่สามารถเปิดปิดระบบได้อีกด้วย

ทดสอบขี่ใช้งาน Benelli TRK 502

นับว่าเป็นอีกหนึ่งรถสไตล์ Touring Adventure ที่เอาใจคนตัวเล็กในรูปแบบเอเชียไม่น้อย เพราะถ้ามองกันจริงๆ ไซส์คนเอเชียถือว่าขี่รถสไตล์นี้ยากพอสมควร ด้วยพื้นฐานที่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่สูงเพื่อใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากถนนไฮเวย์ แต่ Benelli TRK 502 ได้ออกแบบให้คนใช้งานได้หลากหลายและเจาะกลุ่มคนไซส์เล็ก ด้วยความสูงของเบาะที่สูงเพียง 815 มม. เท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ Benelli TRK 502 ลดประสิทธิภาพการลุยแม้แต่น้อยเพราะมีระยะห่างความสูงจากพื้นถึงตัวรถมากถึง 190 มม. ทำให้รถคันนี้สามารถบุกไปได้ในทุกๆ ที่

สำหรับเจ้า Benelli TRK 502 รถมิเตอร์ไซค์คันนี้มีความนุ่มนวลของโช้คอัพไซด์ดาวน์ขนาด 50 มม. ที่สามารถซับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบโมโนโช้คที่ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มซึ่งมีระยะยุบตัวอยู่ที่ 144 มม. พร้อมด้วยระบบเบรกแบบ ABS ที่มีความพิเศษตรงที่สามารถเลือกเปิดปิดระบบนี้ได้ด้วยปุ่มคอนโทรลบนแฮนด์เดิ้ลบาร์ ทำให้ใช้งานในการเดินทางในรูปแบบเส้นทาง Off-Road นั้นสนุกสนานมากขึ้น
ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 499.6 ซีซี  47.6 แรงม้า และให้แรงบิดสูงถึง 45 นิวตัน-เมตร บนเส้นทางใช้งานจริงในรูปแบบ Adventure สามารถฝ่าฟันอุปสรรค์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ การขี่ขึ้นเนินเขา การขี่ในที่แคบบนพื้นที่จำกัด การขี่ลงเนินชันที่เป็นพื้นทราย ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่ต้องจดจำ เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติในการใช้งาน Adventure อย่างแท้จริง

ในส่วนการทดสอบบนถนนไฮเวย์ ซึ่งโดยรวมนับว่าตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี ขุมพลังแบบเครื่องยนต์ 2 สูบเรียง DOHC 4 วาล์ว ความจุ 499.6 ซีซี. ที่ให้แรงม้ามากถึง 47.6 แรงม้า ที่ 8,500 รอบ/นาที ทำความเร็วได้อย่างเต็มที่ทำให้รู้ว่าการใช้งานในรูปแบบเดินทางไกลสะดวกและคล่องตัวไม่น้อย แต่ก็มีติดขัดบ้างนิดหน่อยก็คือการทำความเร็วในช่วงต้นเกียร์อาจจะดูไม่เร้าใจมากนักเพราะ รถคันนี้กำลังถูกกระจายลงแรงบิดเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องในรถสไตล์นี้ โดยมีแรงบิด 45.0 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ทำให้มีแรงตะกุยได้แบบสบายๆ ในด้านทานั่งควบคุมได้รับการออกแบบให้ใช้งานง่ายแฮนด์บาร์ที่มีความสูงบังคับท่านั่งให้มีองศาที่แผ่นหลังตรงทำให้ไม่เมื่อยในขณะขี่ใช้งาน

ด้านสรีระตัวรถอาจเป็นปัญหาบ้างถ้าเจอกับการจราจรที่ติดขัดแบบสาหัส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดนิ่งทุกครั้งไป ถ้าสังเกตดีๆ รถที่มีพิกัด 300 ซีซี มุดไปทางไหนได้รถคันนี้ก็สามารถไปได้เช่นกัน แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่ติดกล่องด้านหลัง ไม่อย่างนั้นพื้นที่การเลี้ยวต้องบวกเพิ่มขึ้นทำให้เวลาขี่อึดอัดพอสมควร

สรุป

คนตัวเล็กใช้งานง่าย ไซส์ความสูง 165 ซม. หยั่งขาถึงพื้นได้สบาย เดินทางไกลไม่เหนื่อยกำลังเครื่องยนต์เติมได้ตลอด ท่านั่งควบคุมอยู่ในเกณฑ์กำลังดีไม่เมื่อย ส่วนคนซ้อนท้ายนั่งสบายเพราะเบาะใหญ่ แถมยังมีระบบควบคุมเบรก ABS มาให้อีกด้วย ในราคา 215,000 บาท นับว่าคุ้ม เหมาะกับคนที่ต้องการเริ่มต้นในรถสไตล์นี้…