[rank_math_breadcrumb]

Audi E-Tron เริ่มต้นเส้นทางพลังงานสะอาด

จากที่ Audi มีแผนงานว่าจะผลิตรถใช้พลังงานไฟฟ้าออกมา 12 รุ่นภายในปี 2025 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ในวันนี้จุดเริ่มต้นบนเส้นทางการผลิตรถใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวของผู้ผลิตรถที่มีสัญลักษณ์วงกลมสี่วงเริ่มขึ้นแล้วด้วยการเปิดตัว Audi E-tron รถเอสยูวีใช้พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของตน

ภายใต้ตัวรถเอสยูวีขนาดกลางทรงสปอร์ตที่เด่นด้วยกระจังหน้าเฟรมเดียวขนาดใหญ่ซึ่งยังคงดูคล้ายช่องรับอากาศอยู่ Audi E-Tron ใช้มอเตอร์คู่ในการขับเคลื่อนโดยรับพลังงานจากแบตเตอรี่ 95 kWh เพื่อสร้างแรงม้าและแรงบิดให้กับรถจนสามารถเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ด้วยเวลา 5.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. พร้อมกับใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อควบคุมด้วยไฟฟ้าซึ่งทำให้สามารถส่งแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่เพื่อการยึดเกาะที่ดีได้โดยไม่มีความล่าช้าแม้เส้ยววินาที

Audi e-tron on the Street

ในด้านการขับ E-Tron มี 7 โหมดให้เลือกขับซึ่งรวมไปถึงโหมดใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและโหมดสปอร์ต นอกจากนี้ระบบช่วงล่างของรถยังมีการปรับตามสภาพการขับโดยสามารถปรับให้สูงขึ้นได้ 76 มม. สำหรับบางสถานการณ์ และเมื่อเดินทางไกลจะปรับความสูงลดลงเพื่อช่วยในการไหลเวียนอากาศ

นอกจากการเติมพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ด้วยการชาร์จจากไฟฟ้าแล้ว ทาง Audi ยังระบุว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ในการถอนคันเร่งและเบรกของ E-Tron จะมีการชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ซึ่งสามารถเพิ่มพลังงานให้แก่แบตเตอรี่ได้สูงสุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ระยะทางในการเดินทางต่อการชาร์จแบตเตอรี่เพียงครั้งเดียวทางผู้ผลิตรายงานว่าประมาณ 402 กิโลเมตร

Trail Light of Audi E-Tron

ในการชาร์จพลังงาน แบตเตอรี่ 95 kWh ในเอสยูวีไฟฟ้ารุ่นแรกของ Audi รองรับระบบชาร์จไฟ DC แบบเร็วของจุดชาร์จพลังงานสาธารณะบางแห่งที่มีกำลังถึง 150 kWh ได้เป็นรุ่นแรก ซึ่งจะทำให้ใช้เวลา 30 นาทีในการชาร์จพลังงาน 80 เปอร์เซ็นต์

ส่วนขนาดของตัวรถ E-Tron มาในตัวถังที่มีความยาว 4,900 มม. กว้าง 1,930 มม. และสูง 1,666 มม. ซึ่งทาง Audi ระบุว่ามีความสะดวกสำหรับการเดินทางของผู้ใหญ่ 5 คน พร้อมกับมีพื้นที่เก็บของที่ใหญ่

Interior of e-tron

E-Tron มาพร้อมกับการแสดงข้อมูล Head-up Display กระจกหลังกรองแสง พร้อมกับแพ็กเกจระบบช่วยในการขับและความปลอดภัยในขณะขับในรุ่นท็อป รวมไปถึง Virtual Mirrors ที่ใช้กล้องติดตั้งในตำแหน่งของกระจกมองหลังสำหรับส่งภาพเข้ามาแสดงในจอภายในห้องโดยสาร พร้อมกับใช้ระบบ Infotainment MMI ที่รองรับ LTE และมี Wi-Fi Hotspot เป็นมาตรฐาน

กำหนดการส่งมอบ Audi E-Tron สำหรับลูกค้าในยุโรปอยู่ในช่วงปลายปีนี้กับราคาเริ่มต้น 79,900 ยูโรในเยอรมนี โดยในช่วงปลายปีนี้ทาง Audi จะมีการเปิดตัวรถคอนเซ็ปต์ E-Tron GT ซึ่งเป็นรถจัดแสดงออกมา และจะมีการเปิดตัว E-Tron Sportback ตามมาในปี 2019 เพื่อเดินหน้าสู่การผลิตรถใช้พลังงานจากไฟฟ้า 12 รุ่นภายในปี 2025 ที่วางแผนไว้

E-Tron Charging

Back Seat of e-tron

Tagged:

admin24

admin24

RELATED ARTICLES

UPDATE