CSR/Corporate

เครือข่ายลดอุบัติเหตุ เผยมาตรการลดอุบัติเหตุในชุมชน ใช้กฎเหล็ก 6 ข้อได้ผลจริง !!!

เครือข่ายลดอุบัติเหตุ นำภาคีเครือข่ายลงพื้นที่ชื่นชมความสำเร็จ ศปถ.อทป.แห่งแรก จ.สกลนคร  เผยใช้กฎเหล็ก 3 ข้อ คุมเข้ม หมวก-เมา-เร็ว  ลดเจ็บ-ตายเห็นผล  พบกว่า 1 ปี หมู่บ้านยังไม่มีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตเลย

ในการประชุมขับเคลื่อนสื่อสารประชาสัมพันธ์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 มีนาคม 2563 ณ โรงแรมสกลแกรนดพ์าเลซ อ.เมือง จ.สกลนคร จัดโดยสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ) สำนักงานกองทุนสนับสนับการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างความร่วมมือด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ สร้างกระแส ร่วมวิเคราะห์ ค้นหาปัญหาและวางแผนแก้ไข ผลักดันนโยบายให้เป็นรูปธรรม ลดความสูญเสียอันเกิดจากจากอุบัติเหตุทางถนน

นายพรหมมินทร์  กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอต้นแบบความสำเร็จเรื่องความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ ซึ่งท้องถิ่นชุมชนคือตัวแปรสำคัญในการจัดการและแก้ไขปัญหา มาตรการภาครัฐจะถูกนำไปปฏิบัติได้จริงก็ขึ้นอยู่กับผู้นำท้องถิ่นที่เข้าใจ เห็นความสำคัญ นอกจากนี้พื้นที่ต้องสามารถจัดการปัญหาได้ วิเคราะห์ บูรณาการข้อมูล ค้นหารูปแบบที่เหมาะสมจะทำให้งานลุล่วง แม้การขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนนยังไม่สำเร็จไปทั่วประเทศได้ แต่กระบวนการทำงานต่างๆที่เกิดขึ้น สามารถนำไปปรับใช้ประยุกต์ใช้งานกับทุกเรื่องได้  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรคระบาดที่กำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ หรือเรื่องความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ร่วมฝ่าฟันวิกฤติ มีเป้าหมายเดียวกันคือปกป้องชีวิตคนในพื้นที่ ปกป้องลูกหลานและคนครอบครัวให้มีความปลอดภัย มีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน

นายรำลึก อิงเอนุ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า อบต.ห้วยยางเป็นอบต.แห่งแรกของจังหวัดสกลนคร ที่จัดตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนระดับท้องถิ่น (ศปถ.อปท.) ด้วยสภาพพื้นที่เป็นชุมชนเขตกึ่งเมืองและมีขนาดใหญ่ประชากรหนาแน่น  จึงทำให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุสูง จึงได้ตั้งคณะทำงาน สำรวจความเสี่ยง ปัญหา  มีการประยุกต์นวัตกรรม  มีกฎเหล็กหมู่บ้านที่เข้มแข็ง  มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์ตามแยกเพื่อรณรงค์สวมหมวกนิรภัยซึ่งทำตลอดทั้งปี   ซึ่งการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือของคนในชุมชน นโยบายผู้บริหารที่เห็นความสำคัญ ทำอย่างต่อเนื่อง อยากแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง  ซึ่งตนเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและได้รับความร่วมมือจากภาคีในชุมชนเป็นอย่างดี

นางสวินทร วงษ์หาญ ผอ.รพ.สต.บ้านนาคำ ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า จากข้อมูล 3 ปีย้อนหลังจากอุบัติเหตุทางถนน พบว่า ปี 2560  บาดเจ็บ 64 ครั้ง ตาย 9 ราย  ปี 2561 เสียชีวิต 8 ราย และปี 2562  เสียชีวิต 6 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่  ไม่ชำนาญเส้นทาง จึงมีแนวคิดที่จะรวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อท้องถิ่น ร่วมกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ ได้มีการจัดตั้ง ศปถ.อปท. แห่งแรก  คือ ศปถ.อบต.ห้วยยาง มี นายก อบต.ห้วยยาง เป็นประธานศูนย์ฯ มีการตั้งคณะทำงานอย่างเป็นระบบ  เก็บข้อมู  นำมาวิเคราะห์    สำรวจความพร้อมของรถ พ.ร.บ.รถและประสานไปยังเครือข่าย   บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ลงพื้นที่ดำเนินการจัดทำพ.ร.บ.รถให้ประชาชน  และพบว่าอุบัติเหตุเกิดจากดื่มแล้วขับ ขับเร็ว จึงได้ประสานความร่วมมือไปยังร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้จำหน่ายในเวลาที่กำหนดและไม่จำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  และเกิดเหตุมีการสอบสอบโดยมีเครือข่าย ศปถ.จังหวัด  อำเภอ และตำบล  ร่วมกันลงพื้นที่เกิดเหตุทุกราย  มีการคืนข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปป้องกันแก้ไขต่อไป  จึงทำให้ปี 2563  มีแนวโน้มลดลง  เกิดอุบัติเหตุเพียง  15  ครั้ง  เสียชีวิตเพียง  2 ราย

นายศรัณยพงษ์ ศราวัน  ผู้ใหญ่บ้านหนองบัวทอง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.เมือง  จ.สกลนคร   กล่าวว่า อุบัติเหตุในหมู่บ้านที่เกิดขึ้นบ่อย รอยต่อหมู่บ้าน คอสะพาน  ถนนไม่มีไฟส่องสว่าง ทางแยก ทางโค้ง มีต้นไม้บดบัง และอุบัติเหตุเกิดมากสุดช่วงเทศกาล-งานบุญ รถมากและดื่มฉลอง ขับเร็ว จนมีเคสผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง  หลังจากทำเวทีประชาคม ได้ตกลงแก้ไขจุดเสี่ยงโดยขอความร่วมมือไปยังบริษัทห้างร้านขอสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ล้อยางเก่า นำมาทาสี ขาว-แดง ทำป้ายเตือน ทางแยก ทางโค้ง / ทำป้ายควบคุมความเร็ว  30 กม./ชม. ติดตั้งอุปกรณ์เตือนระวัง นอกจากนี้หมู่บ้านยังกำหนดมาตรการชุมชน โดยจัดทำสัญญาประชาคมใช้ร่วมกัน คือ 1.ขับรถเร็ว เสียงดัง แต่งรถ ตักเตือน  2 ครั้ง  ครั้งที่ 3  แจ้งเจ้าหน้าที่ยึดรถ   2.  กำหนดความเร็วถนนภายในหมู่บ้าน 30 กม./ชม.  3.  เมาแล้วขับถูกจับไม่ประกันตัวทุกกรณี 4. ติดต่อราชการที่ทำการผู้ใหญ่บ้านขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องสวมหมวกทุกครั้ง หากไม่สวมไม่เซ็นรับรองให้  5. เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้กีดขวางการจราจร หากเกิดอุบัติเหตุเจ้าของต้องรับผิดชอบ  6.  ห้ามไม่ให้จอดรถบรรทุกบนถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งหากพบการกระทำผิดทุกกรณีจะมีการบันทึกภาพและทำแฟ้มประวัติประวัติไว้เป็นหลักฐาน โดยหลังจากดำเนินการมาแล้ว 1 ปี หมู่บ้านยังไม่มีอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นเลย

นางมลิ สุขสนวน  อสม.เซ็นเซอร์  กล่าวว่า การทำงานของอสม.เซ็นเซอร์ คือ  อสม.ลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูลครัวเรือน เรื่องรถเสี่ยง รถไม่มีพ.ร.บ.  คนไม่สวมหมวกนิรภัย ดื่มแล้วขับ ขับเร็ว  ถนน-สิ่งแวดล้อมเสี่ยง รวมถึงการถ่ายภาพการกระทำความผิดกฎจราจร เพื่อส่งคืนข้อมูลไปยังคณะทำงานให้ส่งต่อไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง นอกจากนี้ก็ยังให้คำแนะนำคนในหมู่บ้านให้ขับขี่อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจร และสวมหมวกนิรภัย โดยยกเคสตัวอย่างของคนที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุไปบอกเล่า ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  ทำให้ชาวบ้านรับรู้ ตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากขึ้น

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีผู้บริหารและภาคีเครือข่ายให้เกียรติร่วมประชุม ได้แก่ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย นายนพดล สันติภากรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจำกัด  ดร.สรุศักดิ์ วงษ์อินทรจ์ันทร์  นายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย นายสุทนต์ กล้าการขาย  นายกสมาคมสื่อช่อสะอาด และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 80 คน